ู้อย่างนี้ก็คงมอบให้ท่าน
ชุนเอ๋อร์ค่อนข้างเหนื่อยเลยทีเดียว หลังจากที่นางวางของไว้ตรงกลางพระตำหนักแล้วก็รีบถอยไปยืนด้านหลังที่นั่งของเซี่ยเฉียว กลายเป็นฉากหลังอันที่สะอาดและบริสุทธิ์
จากนั้นเซี่ยเฉียวจึงได้เดินเข้าไปเปิดห่อของออก
เห็นเป็นหนังแกะที่ถูกพับไว้ชิ้นหนึ่งซึ่งดูเก่ามาก และยังมีกลิ่นแปลกๆ เล็กน้อยอีกด้วย
“แม่นางเซี่ย…เจ้านำของอะไรมาหรือ ดูน่ากลัวมากจริงๆ” ต่งซีอวิ๋นอดปิดจมูกไม่ได้
“ตอนนี้มีกลิ่นเหม็นก็จริง แต่ประเดี๋ยวเจ้าก็รู้แล้วว่าหอมเป็นอย่างไร เกรงว่าเจ้าคงแทบอยากจะอุ้มมันกลับบ้านคอยมองทุกวันเป็นแน่” เซี่ยเฉียวหัวเราะออกมาด้วยท่าทีสบายๆ จากนั้นนางก็คลี่แผ่นหนังแกะอันใหญ่โตนั้นออก
นางเคลื่อนไหวช้ามากจนจ้าวเสวียนจิ่งต้องเดินเข้ามาช่วย
เพียงแต่เมื่อสายตาของจ้าวเสวียนจิ่งมองเห็นสิ่งที่อยู่บนนั้น เขาก็ตกตะลึงไปทันที เท้าที่เดิมทีเหยียบมุมของแผ่นหนังแกะถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวทันที จากนั้นเขาก็ลากเซี่ยเฉียวออกไปทันทีเช่นกัน
เมื่อครู่เซี่ยเฉียวเหยียบแผ่นหนังแกะนี้ไปกี่ครั้งแล้ว
เขาไม่ได้โทษนาง เพียงแต่ของใหญ่โตขนาดนี้ นางให้ใครมาช่วยก็ได้แล้ว เหตุใดต้องลงมือเองด้วยเล่า!
จ้าวเสวียนจิ่งมีสีหน้าซับซ้อน เขาไม่อาจละสายตาจากแผ่นหนังแกะนั้นได้เลย
“งดงามไหม” เซี่ยเฉียวเงยหน้าแล้วถามเขาด้วยรอยยิ้ม
“…” สีหน้าจ้าวเสวียนจิ่งแข็งทื่อไปบ้าง “ของสิ่งนี้…เจ้าจะให้เสด็จแม่จริงๆ หรือ”
“อืม ข้าได