“ลองพูดให้ข้าฟังอีกทีสิ?”
วิญญาณไม่พอใจ
ผู้ชายสองคนนี้โดดเด่นเกินไป เมื่อเขาเห็นว่าหญิงสาวพวกนั้นบ้าคลั่งแค่ไหน เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าตนเองไร้ประโยชน์ขนาดไหน ตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าใครก็ล้วนดูถูกเขา
เซี่ยเฉียวโยนต์ยันต์แผ่นหนึ่งออกไปทันที ยันต์นั้นก็มอดไหม้ จากนั้นก็เหมือนมีพลังสายหนึ่งรัดคอแล้วดึงวิญญาณตนนั้นขึ้นลงไม่หยุด
ในชั่วพริบตาวิญญาณตนนั้นก็เจ็บปวดเหลือแสนจนกรีดร้องออกมาไม่หยุด
“เดิมทีข้าจะใช้ไม้แข็งกับเจ้าทันทีเลยก็ย่อมได้ เพียงแต่ข้ารู้สึกสงสารที่เจ้าตายไปโดยที่ยังไม่ได้ใช้เงินให้หมด จึงได้อดทนไว้ แต่เจ้าอย่าได้ทำตัวไม่รู้จักพอเช่นนี้” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นช้าๆ ชัดๆ ทีละคำ
“ไม่…ข้าไม่ทำ…ปรมาจารย์…ปรมาจารย์ละเว้นข้าด้วย…”ความกล้าหาญของวิญญาณตนนั้นไม่มีเหลือแล้ว เขาคุกเข่าลงทันที
“ตอนนี้เจ้าจะพูดได้หรือยังว่าใครเป็นคนบงการเจ้า” เซี่ยเฉียวนั่งหลังตรงดูท่าทางจริงจังอย่างยิ่ง
วิญญาณมีหรือจะไม่ยอมพูดอีก
“ข้าก็ไม่รู้…แต่พี่เลี่ยเป็นคนมาหาพวกเรา พอทำงานเสร็จพวกเราก็หนีกันไป แต่ละคนแบ่งเงินกันไปคนละร้อยตำลึง ส่วนปิ่นปักผมกับผ้าเช็ดหน้านั่นพี่เลี่ยเป็นคนขโมยมา แต่สุดท้ายมันก็มาอยู่ในอกเสื้อข้า…”
จนกระทั่งเขาตายไป ของสิ่งนี้ก็ติดอยู่บนตัวเขาเอาออกมาได้ ทั้งยังเกะกะเป็นอุปสรรค เขาจึงปักมันไว้บนหัวตนเองเสียให้หมดเรื่องไป
มันดูน่าเกลียดและไม่เข้ากันอย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวถามต่อไปอีกว่าคน