บมาเป็นโล่กำบังหรอกนะ?
หากเช่นนั้นแล้วรัชทายาทก็ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย หญิงสาวคนนี้อายุสั้นอยู่แล้ว ยังต้องมาถูกรังแกขนาดนี้อีก สารเลวยิ่งกว่าเขาด้วยซ้ำ!
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเมิ่งจี๋ฟังจะไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรล่วงเกินรัชทายาท และได้แต่ต้องอดทนเอาไว้
เพียงแต่วันรุ่งขึ้นเมื่อเขาเห็นเซี่ยเฉียวเข้าไปในสำนักศึกษาด้วยอารมณ์ดีและรอยยิ้ม เขาก็อดที่จะเบ้ปากไม่ได้ “โง่อะไรอย่างนี้”
“ใครโง่” คนข้างๆ อดถามเขาไม่ได้
เมิ่งจี๋ฟังถอนหายใจ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็กระโดดลงจากตำแหน่งที่เขานั่งอยู่ ปัดมือไม้ แล้วเดินเข้าไปหาเซี่ยเฉียว
เขาหยุดเซี่ยเฉียวเอาไว้ทันที
จู่ๆ ก็มีกำแพงมาขวางตรงหน้า เซี่ยเฉียวจึงงุนงงเล็กน้อย
“เซี่ยเฉียว เจ้ายังอยู่ได้อีกนานเท่าไร” เมิ่งจี๋ฟังเอ่ยปากถามทันที
ทันทีที่เขาถามออกมาเช่นนั้น หลายคนก็รู้สึกว่าเขาทำเกินไปแล้ว
เซี่ยเฉียวอยู่ได้ไม่นานก็เป็นเรื่องที่นางน่าจะโศกเศร้าเสียใจอยู่แล้ว แต่เขากลับจงใจเอาเรื่องนี้มาพูดจาทิ่มแทงนางอีก นี่ไม่ใช่ว่าเขาเจตนาจะทำให้นางโกรธหรอกหรือ!
“ทำไมหรือ” เซี่ยเฉียวกลับเฉยเมยไม่รู้สึกรู้สา
หากนางทนฟังคำพูดของเมิ่งจี๋ฟังไม่ได้เลย นางก็คงโกรธตายไปนานแล้ว
บิดาและพี่ชายของนางแต่ละคนก็เป็นพวกงี่เง่าไม่ใช่หรือ
“เจ้ามีชีวิตอยู่ได้ไม่นานอยู่แล้ว จะไปเป็นพระชายารัชทายาททำไม ท่านพ่อของเจ้าไม่ได้อธิบายกับในวังแทนเจ้าหรือ” เมิ่งจี๋ฟังทำสีหน้าท่าทางส