บายๆ จนดูเหมือนเขาไม่อยากจะสนใจเซี่ยเฉียวกระนั้น
ซึ่งมันให้ความรู้สึกอัดอัดแปลกๆ
เซี่ยเฉียวมีสีหน้าประหลาดใจ
แต่ในสายตาของเมิ่งจี๋ฟังแล้ว สีหน้าเซี่ยเฉียวนั้นคือกำลังรู้สึกจนใจทำอะไรไม่ได้
ก็จริงนะ ตระกูลเซี่ยไม่มีอะไรเชิดหน้าชูตาได้มาตลอด ตอนนี้กว่าจะได้เป็นที่โปรดปรานขึ้นมาได้ด้วยอาศัยสถานะพระชายารัชทายาทก็ไม่ใช่ง่ายๆ โจรนั่นก็คงไม่อยากปล่อยให้โอกาสดีๆ เช่นนี้หลุดลอยไป!?
“ข้าช่วยเจ้าออกความคิดดีกว่า!” เมิ่งจี๋ฟังเอ่ยเสียงเบา “เจ้ามีโรคร้ายติดตัวไม่ใช่หรือ กลับไปบ้านแล้วแสร้งป่วยสิ ทำให้ดูรุนแรงหน่อย หากเจ้าใกล้ตายแล้ว รัชทายาทก็คงไม่อยากแต่งงานกับเจ้าแล้วล่ะ”
“…” เซี่ยเฉียวยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย”
น้ำเสียงของนางเรียบเฉย นางไม่เข้าใจจริงๆ
“เจ้านี่ ทำไมเจ้ายังไม่รู้จักดีชั่วอีกนะ!” เมิ่งจี๋ฟังรู้สึกว่าตนเองถูกดูหมิ่นขึ้นมาทันที เขาแค่นเสียงเยาะพลางขึงตาใส่เซี่ยเฉียว “สมน้ำหน้าแล้วที่ต้องเป็นหมากให้คนอื่น!”
พอพูดจบเขาก็จากไปด้วยความโมโห
“…” เซี่ยเฉียวยังคงยืนงงอยู่ตรงที่เดิม
เมิ่งจี๋ฟังกำลังอะไรอยู่กันแน่ ทำไมไม่พูดให้มันรู้เรื่อง นางเป็นหมากให้คนอื่น? เมื่อไรกัน ทำไมนางไม่รู้เลย!
อย่างไรก็ตามเดิมทีเมิ่งจี๋ฟังผู้นี้ก็เป็นพวกลมเพลมพัด เอาแน่เอานอนไม่ได้อยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ก็เคยออกเงินก้อนใหญ่เพื่อให้นางเดิมพันกับซย่าหย่าอวิ๋น เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้ออกจะทำ