กเขาไม่เชื่อฟัง
จุดจบของเขาก็อาจจะน่าอนาถหน่อย
เซี่ยเฉียวดูอ่อนโยนมากในเวลานี้จนหางของวิญญาณตนนั้นแทบจะลอยขึ้นฟ้าไปแล้ว
ผ่านไปสักพักเขาก็เรอออกมา “กินดื่มอิ่มแล้วพวกเราก็ไปที่หอโคมเขียวกันสักครั้งเถอะ! ด้วยเงินทั้งหมดนี่ข้าจะเรียกผู้หญิงมาให้มากที่สุดเท่าที่ข้าจะทำได้!”
เซี่ยเฉียวยังคงยืนขึ้นอย่างสงบและสะบัดแส้ปัดออกไป “เอาล่ะ สิ่งสุดท้ายที่ต้องทำก็คือไปที่หอโคมเขียวและเรียกผู้หญิงมา ไปกันเถอะ”
จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้วทันที
“ต้องทำอะไรก็บอกข้ามาให้ละเอียด ท่านรอข้าอยู่ที่นี่ก็พอ” จ้าวเสวียนจิ่งคว้าแขนเพื่อหยุดนางไว้ทันที น้ำเสียงของเขาเฉยชา และสายตาล้ำลึก “บ่อนพนันน่ะช่างเถอะ แต่หอโคมเขียวไม่ใช่ที่ที่ท่านควรจะไป”
“…” จู่ๆ ก็ดุขึ้นมาอย่างนี้ เขาอยากจะให้นางตกใจตายหรือ
เซี่ยเฉียวกุมหน้าอกแล้วถอยไปข้างหลังหนึ่งก้าวทันที “ข้าเองก็ไม่อยากไป ไม่อย่างนั้น…เจ้า…”
“…” แววตาของจ้าวเสวียนจิ่งแสดงออกถึงความจนใจ “ตกลง”
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มมุมปาก นางเพียงแค่ยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น
“ข้าเชื่อฟังท่าน แค่เข้าไปข้างใน เรียกผู้หญิงมา ไม่ทำอย่างอื่นทั้งนั้น” จ้าวเสวียนจิ่งยิ้มอย่างจนปัญญา “ท่านสวมชุดนักพรตอย่างนี้ หากเข้าไปที่อย่างนั้น คนอื่นจะไม่คิดอะไรวุ่นวายไปหมดหรือ”
ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่านางจะแต่งหน้าให้ตนเองกลายเป็นโม่ชูเซิงที่อยู่ในวัยสามสิบสี่สิบปี แต่นางก็ยังโดดเด่นกว่าคนอื่นอยู่