ครั้งตอนที่นางกินข้าว เพราะรีบกินเกินไปก็จะหายใจไม่ออก ต้องนอนลงไป
สถานการณ์เช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้วันละสิบครั้งแปดครั้ง!
ด้วยความพยายามอย่างไม่ลดละของนาง วัดสุ่ยเย่ว์จึงได้มีคนมาเยือนมากมาย
“ในเมื่อเป็นการสะสมบุญ พวกเราจะเรียกแม่นางเซี่ยมาด้วยดีหรือไม่ หญิงสาวผู้นั้นสุขภาพไม่ค่อยดี ไม่แน่การทำเรื่องดีๆ ก็อาจจะทำให้นางดีขึ้นได้บ้าง” จู่ๆ จ้าวเสวียนจิ่งก็เอ่ยขึ้น
เซี่ยเฉียวชะงักไปทันที “ไม่ต้อง”
“ทำไมเล่า” จ้าวเสวียนจิ่งถามไปตามสถานการณ์
“หญิงสาวผู้นั้นขี้ขลาด ข้ากลัวว่านางจะตกใจ” เซี่ยเฉียวเอ่ยหน้าด้านๆ
รถม้าโยกไปมา ในเวลาไม่นานมันก็ออกจากเมืองไปยังสถานที่ที่คนร้ายบังเอิญตกลงไปในน้ำและเสียชีวิต
“แม่นางเซี่ยเคยขุดศพในป่ามาแล้ว นางไม่ใช่คนขี้ขลาด พูดไปแล้ว นิสัยของศิษย์พี่ก็คล้ายกับแม่นางเซี่ยมาก หากไม่ใช่ว่าต่างวัยกัน แล้วบอกว่าเป็นคนคนเดียวกัน ข้าก็เชื่อ” จ้าวเสวียนจิ่งไม่ลืมที่จะหยอกล้อนาง
เซี่ยเฉียวหันกลับมาแล้วขึงตาใส่เขาทันที “ข้าสูงส่งลึกลับกว่าเด็กคนนั้นมาก! อย่างมากนางก็เป็นแค่ครึ่งเซียน ที่แต่ข้าไม่เหมือนกัน…”
พอพูดจบเซี่ยเฉียวก็ค้นตะกร้าไม้ไผ่ แล้วหยิบธงทำนายดวงชะตาออกมาให้จ้าวเสวียนจิ่งดู “เจ้าดูสิ บนนั้นเขียนไว้ว่าอย่างไร”
“…” จ้าวเสวียนจิ่งแทบจะตาบอดเพราะแสงจากตัวอักษรสีทองตัวใหญ่ที่ปักอยู่บนธงนั้น
ชั่วขณะนั้นความทรงจำของโจวเว่ยจงได้ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว!
ในเวลานั้นสิ่