ได้รู้สึกอะไรด้วย ก็ไม่ต่างอะไรกับก้อนหินก้อนหนึ่งเท่านั้น” เซี่ยเฉียวทำท่าราวกับคนที่มีประสบการณ์มาก่อน “อย่าได้เอาอย่างเซี่ยผิงกั่งนั่นที่ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผา เขามีดวงชะตาโดดเดี่ยวเดียวดาย ถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต”
“ศิษย์น้องจะจดจำคำพูดของศิษย์พี่ไว้” จ้าวเสวียนจิ่งเชื่อฟังราวกับเป็นศิษย์น้องจริงๆ “ศิษย์พี่รู้หรือไม่ว่าแม่นางเซี่ยชอบอะไร”
“เงิน?” เซี่ยเฉียวตอบออกมาโดยสัญชาตญาณ จากนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างทำตัวไม่ถูก แล้วค่อยทำสีหน้าลึกลับสูงส่งกลบเกลื่อน “เงินทองของนอกกายพวกนั้นช่างมันเถอะ ผู้หญิงส่วนมากก็ชอบต้นไม้ดอกไม้กันทั้งนั้น”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง” จ้าวเสวียนจิ่งแสดงได้อย่างยอดเยี่ยม “ก็น่าจะจริงอยู่ ข้าได้ยินมาว่าที่สำนักศึกษาหลวงแม่นางเซี่ยดูแลดอกไม้ต้นไม้ของอาจารย์ซังจนรอดมาได้ ความสามารถเช่นนี้ใช่ว่าคนทั่วไปจะมีได้”
เซี่ยเฉียวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว
ความสามารถของปรมาจารย์นั้นคนธรรมดาหรือจะเทียบได้
“ไม่นับว่าเก่งกาจอะไรหรอก นางก็แค่พอเข้าใจอยู่บ้างเท่านั้น” เซี่ยเฉียวยิ้ม
นางอารมณ์ดีและค่อนข้างพูดมากทีเดียว
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็รู้สึกว่าหลายเดือนมานี้เซี่ยเฉียวมีชีวิตชีวามาก
ไม่เหมือนตอนที่พวกเขาพบกันระหว่างทางมาเมืองหลวง ประเดี๋ยวนางก็หอบ ประเดี๋ยวนางก็ไอ ทั้งยังไม่ค่อยพูดด้วยกลัวว่าพูดไปพูดมาแล้วจะหยุดหายใจ
“อีกไม่กี่วันก็