เขานางจะแบ่งสมาธิฟังเขาอย่างง่วงงุน และอ่านหนังสือที่ยืมมาจากหอหนังสือไปด้วย
ก่อนหน้านี้เขาค่อนข้างไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ทุกครั้งที่เขาถามคำถาม เซี่ยเฉียวก็จะสามารถตอบคำถามได้ตรงประเด็นทุกครั้งไป
เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงคร้านที่จะถือสาหาความอีกต่อไป
ตอนนี้…ถึงอย่างไรอีกไม่นานก็จะเป็นเวลาเลิกชั้นเรียนอยู่แล้ว นางอยากจะไปก็ไปเถอะ
เซี่ยเฉียวเดินออกไปท่ามกลางสายตาอิจฉาของทุกคน
เซี่ยเฉียวร้อนใจอย่างยิ่ง นางรีบสวมหมวกคลุมหน้าแล้วมุ่งหน้าไปที่หอส่องชะตาทันที
นางรีบไปช่วยคนก็จริง แต่ก็ต้องปกป้องตัวตนของนางด้วย ดังนั้นนางจึงต้องรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และคิดไปในระหว่างทางด้วยว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป
วิญญาณตนนี้ได้รับบาดเจ็บและต้องรักษาตัวสักพัก การที่จะเรียกนางออกมาตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์
นางที่เป็นนักพรตคนหนึ่งจะออกนอกเมืองไปช่วยคนตามลำพัง?
นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้
ดังนั้นเซี่ยเฉียวจึงไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้มาก นางรีบไปหาศิษย์น้องของนางที่ศาลตัดสินคดีทันที
ตอนนี้รัชทายาทก็เป็นคนของนาง นางจะใช้เขาสักหน่อยก็ไม่ต้องรู้สึกกดดันอะไรมาก อีกอย่าง รัชทายาทก็มีลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชามากมาย ทั้งยังสามารถโยกย้ายกำลังทหารได้ ดังนั้นจึงสามารถตามหาคนหายได้สะดวกหน่อย
เมื่อดูจากเสื้อผ้าของวิญญาณเมื่อครู่นี้ นางน่าจะเป็นฮูหยินของครอบครัวคนรวย ลูกสาวของนางเรียนหนังสือที่สำนักศึกษากู่หลันได้ก็คงจะไม่ใช่คนธรรมดาหรอก
เซี่ยเ