ฉียวนั่งรถม้าและมาถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว
ศาลตัดสินคดีมีวิญญาณมากมายอย่างที่นางคิดเอาไว้จริงๆ
มีไอแค้นรุนแรง แต่น่าเสียดายที่ห้องทรมานหลวงมีบารมีมังกรข่มไว้ ต่อให้ด้านในมีวิญญาณก็ถูกกดข่มจนสร้างปัญหาอะไรไม่ได้
เซี่ยเฉียวบอกสถานะของนางออกไปทันทีว่า ตนเองเป็นศิษย์พี่ของรัชทายาท เมื่อองครักษ์คนหนึ่งเห็นเข้าก็จำนางได้ทันทีแล้วรีบพานางเข้าไปข้างใน
หลังจากที่เซี่ยเฉียวกลับมาจากอำเภอสวินก็ดูเหมือนกับจะไม่ได้พบหน้ารัชทายาทเลย
นี่มันก็หลายวันแล้วนะ และคนทั้งสองก็ยังได้รับพระราชทานงานแต่งแล้วด้วย!
หรือว่า…เมื่อได้มาก็ไม่สนใจแล้ว?
เซี่ยเฉียวไม่เคยคิดเลยว่า ตอนที่นางเป็นเซี่ยเฉียวนั้นนางเป็นกุลสตรีในห้องหอ ต่อให้รัชทายาทอยากพบนางแค่ไหนก็จะบุ่มบ่ามไปหาไม่ได้
“ฝ่าบาท ข้ามีเรื่องด่วน” เซี่ยเฉียวเอ่ยตรงประเด็นทันที
สีหน้าจ้าวเสวียนจิ่งดูอึดอัดเล็กน้อย ใบหน้าเขาแดงเรื่อ ดูแปลกๆ
“เป็นอะไรหรือ ไข้ขึ้นหรือ” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วมุ่น
จ้าวเสวียนจิ่งส่ายหน้าปฏิเสธ “ ไม่มีอะไรหรอก ศิษย์พี่มีเรื่องอะไรหรือถึงได้ดูร้อนใจเช่นนี้”
หลายวันมานี้ แม้ว่าเขาอยากจะไปหานางที่บ้านตระกูลเซี่ยสักหน่อย แต่กรมพิธีการก็มักจะมีเรื่องมารบกวนใจเขาอยู่เสมอ หลังจากนั้นที่ศาลตัดสินคดีก็ยังมีเรื่องจิปาถะมากมายขึ้นมาอีก นอกจากนี้ แม้แต่สภาพจิตใจของเขาเองก็…
เพราะเกรงว่าตนเองจะแสดงออกชัดเจนเกินไปจนทำให้เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าเขาเหลาะแหละไ