ทันใดนั้นอวี๋เซียนแสร้งทำท่าราวกับว่านางกำลังจะลอบโจมตีข้างหลัง เซี่ยผิงกั่งไม่ได้สังเกตให้ดีในชั่วขณะนั้น และในขณะที่เขากำลังจะป้องกันก็รู้สึกเจ็บตรงช่วงท้องขึ้นมาทันที
“…” เซี่ยผิงกั่งแยกเขี้ยวแล้วสูดลมหายใจเข้าด้วยความเจ็บปวด
นี่มันหัวค้อนหรือไง ทุบได้แรงดีจริงๆ!
หลินหยาเซียงกังวลใจอยู่ตลอดเวลา ตอนแรกนางก็กังวลว่าอาจารย์อวี๋จะถูกคุณชายใหญ่ตระกูลเซี่ยอัดเข้า คงจะน่าสงสารมาก
ตอนนี้…นางกลับต้องกังวลว่าคุณชายใหญ่ตระกูลเซี่ยผู้นี้จะรู้สึกขัดหูขัดตาอาจารย์อวี๋หรือไม่หลังจากที่เขาถูกต่อยเข้าไปแล้ว
“เจ้าเจ็บไหม ข้าฝึกหมัดกับค้อนทรายมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก กลัวเจ้าจะทนไม่ไหว” อวี๋เซียนเองก็มีสีหน้าเป็นกังวลเช่นกัน
“…” ไร้เสียงตอบรับแต่ในใจเซี่ยผิงกั่งอยากด่าคน
ทนไม่ไหว?
มันก็แสบๆ ร้อนๆ อยู่ แต่เขาเป็นผู้ชายอกสามศอก เจ็บแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้
“เลิกๆ!” เซี่ยผิงกั่งพ่นลมหายใจออกมาทันที “เดิมทีข้าก็ไม่เก่งหมัดมวยอยู่แล้ว หากเจ้าแข่งดาบกับข้า เจ้าจะต้องแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย!”
“เจ้าจะลองดูก็ได้” อวี๋เซียนเกาศีรษะ “แต่ข้าไม่ค่อยชอบดาบเท่าไร มันดูหยาบคายและน่าเกลียด ข้าชอบทวนยาวมากกว่า มันดูเท่และสง่างามกว่าหน่อย”
“ในตงอันมีคนที่มีความสามารถเช่นเจ้ามากหมายอย่างนั้นหรือ” เซี่ยผิงกั่งค่อนข้างประหลาดใจ
เขาฝึกศิลปะการต่อสู้ในค่ายมาตั้งแต่ยังเด็ก ไม่มีใครมีความสามารถที่จะสอนเขาได้ เขาต้องพึ่งพาตัวเองทั้