ันต์ออกไปต่อสู้ วิญญาณพวกนั้นก็ถูกกำจัดไปหมดแล้ว!”
“คนที่ข้าชื่นชมในชีวิตนี้ นอกเหนือจากราชครูที่รู้รอบเรื่องดาราศาสตร์และภูมิศาสตร์ และรัชทายาทผู้มั่นคงดุจขุนเขาและสายน้ำแล้ว ตอนนี้ก็มีปรมาจารย์โม่เพิ่มมาอีกคนหนึ่งเท่านั้น” เซี่ยผิงกั่งเสริมอีกประโยคหนึ่ง
เซี่ยเฉียวถูกชมจนรู้สึกละอาย
“ร้ายกาจขนาดนั้นเลยจริงๆ หรือ” นางเขินอายเล็กน้อย
“จริงสิ น่าเสียดายนักที่ครั้งนี้เจ้าไม่ได้ไปอำเภอสวินด้วยกัน หากได้ไปพบเห็นของจริงเข้าบ่อยๆ ไม่แน่เจ้าอาจจะเลิกขี้ขลาดขนาดนี้ไปแล้วก็ได้” เซี่ยผิงกั่งส่ายศีรษะ “ปรมาจารย์โม่ผู้นี้จับวิญญาณเก่ง ทำนายแม่นยำ คนที่ไม่เชื่อฟังนางจะมีสักกี่คนที่มีจุดจบที่ดี? ตัวอย่างเช่นจ้าวซวีจือและอนุภรรยาของเขานั่น…คนหนึ่งถูกคุมขัง ส่วนอีกคนก็ไม่ได้มีจุดจบที่ดีเท่าไร ตัวเองโง่เขลาแล้วยังไม่ฟังคำแนะนำของผู้อื่นอีก!”
เซี่ยผิงกั่งกำลังพูดถึงแม่นางผังผู้นั้น
เขาได้ยินมาว่าเดิมทีจ้าวซวีจือต้องการจะรับนางเป็นอนุภรรยา ถึงกับรับนางเข้าเมืองหลวงมาแล้ว
แต่ตอนนี้จ้าวซวีจือถูกจับแล้ว คนในจวนหนิงเป่ยอ๋องก็ยังนับว่าสุภาพต่อแม่นางผังผู้นั้น พวกเขาต้องการส่งนางกลับให้เรียบร้อย
แต่แม่นางผังผู้นั้นไม่ยินดี อย่างไรก็ตามแม้นางจะไม่ยินดีก็ทำอะไรไม่ได้
“นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในสองวันที่ผ่านมา ข้าได้ยินมาว่าเพื่อที่จะเข้าจวนอ๋องให้ได้ แม่นางผังผู้นั้นได้ขายทรัพย์สินของครอบครัวที่เหลือทั้งหมด แม