ฟันพูดออกมา “คุณชายใหญ่จาบจ้วงรัชทายาทมาตลอดทาง เขาพูดว่า…ฝ่าบาทเป็นคนพิการ ยังพูดอีกว่า…”
“ยังพูดอีกว่ารัชทายาทไร้ความสามารถ เป็นรัชทายาทมานานหลายปีเช่นนี้ในราชสำนักก็ยังไม่มีใครอยู่ข้างเดียวกับพระองค์สักคน ไม่ช้าก็เร็วจะต้องถูกปลด!”
สีหน้าฮ่องเต้ดำทะมึนไปแล้ว
“คุณชายใหญ่ให้พวกกระหม่อมคอยแอบติดตามรัชทายาท เพียงแต่…กระหม่อมรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมแต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง แล้วเขาก็ให้ความสนใจกับปรมาจารย์โม่ ปรมาจารย์โม่กับรัชทายาทมักจะหารือกันเรื่องคดี ต่อมา…คุณชายใหญ่ก็บอกว่าพวกเขามีความสัมพันธ์กัน แต่กระหม่อม…ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเกินเลยตรงไหนพ่ะย่ะค่ะ” ผู้คุ้มครองอีกคนเอ่ยขึ้น
เขาพูดความจริง!
รัชทายาทสุภาพอ่อนโยนกับปรมาจารย์โม่มาก ไม่เหมือนกับคนอื่น แต่กิริยาท่าทางไม่มีอะไรผิดธรรมเนียมเลย!
หลังจากนั้นแต่ละคนก็เริ่มแก้ตัว
จ้าวซวีจือหน้าซีดเผือด
เพราะพวกเขาไม่เพียงแต่พูดว่ารัชทายาทและปรมาจารย์โม่ไม่มีอะไรกัน กระทั่งพูดว่าเขาไม่เคารพต่อรัชทายาท!
พวกคนทรยศ ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ได้!
จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้อยู่เฉยในช่วงสองวันที่ผ่านมา
อาศัยฐานะของเขา เขาสามารถที่จะทำให้จ้าวซวีจือเจ็บปวดจนพูดไม่ออกไปเลยก็ได้ แต่หลายปีมานี้คำพูดเสียๆ หายๆ น้อยลงเสียที่ไหน
ก่อนหน้านี้เขาไม่สนใจตำแหน่งของรัชทายาท แต่เมื่อมองดูจากสถานการณ์นี้แล้ว หากต่อไปเขายังคงทำตามวิถีทางของตนเอง ต่อไปภรรยาและลูกๆ ของเขาจะต้องทนทุกข์