งขุนนางง่อยๆ ใครอยากทำก็ทำไปสิ!” เซี่ยหนิวซานไม่อยากทนรับความอดสูนี้
“อย่าพูดอย่างนั้น หากท่านลุงเซี่ยไม่คิดถึงตัวเอง ก็ควรคิดถึงใต้เท้าเซี่ยน้อยกับแม่นางเซี่ยด้วยสิ?” เวินหลันเฉิงรีบเอ่ยโน้มน้าวเขาอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่ตระกูลเซี่ยจะได้ก้าวขึ้นไปทีละขั้น
ลำพังแค่เรื่องที่เซี่ยผิงกั่งกับรัชทายาทไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดก็ทำให้คนมากมายในเมืองหลวงอยากจะเห็นตระกูลเซี่ยโชคร้ายแล้ว
“ข้าไม่ชอบนิสัยของนังหนูคนนี้ เรื่องดีๆ ไม่รู้จักทำ กลับชอบเดินทางที่ไม่ถูกไม่ควร หน้าของนางหนายิ่งกว่ากำแพงเมืองเสียอีก ก่อนหน้านี้ตอนที่ขโมยของนางก็ไม่ตาย ตอนที่โดนไล่ออกจากสำนักศึกษานางก็ไม่ตาย ตอนนี้พอถูกเจ้าเห็นอะไรเข้านิดหน่อยก็ไม่คิดจะอยู่ต่อไปแล้ว!” เซี่ยหนิวซานไม่ได้โง่ ถึงอย่างไรเขาก็คิดว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล
เวินหลันเฉิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ท่านพูดถูก”
เรื่องที่เผยหว่านเย่ว์คิดจะตายนี้เป็นแค่การข่มขู่เขาเท่านั้น
เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าวันนี้นางจงใจหรือไม่มีเจตนากันแน่ ถ้าหากนางจงใจ…
ต้องแบ่งอีกเป็นสองกรณี คือ หนึ่งนางเป็นคนวางแผนเอง อีกกรณีคือ…นางถูกคนอื่นบงการ
เวลานี้ในสมองของเวินหลันเฉิงหมุนเร็วจี๋ ตั้งแต่ที่เขาสอบจอหงวนได้ เขาก็รู้แล้วว่าเส้นทางต่อจากนี้ไม่ง่าย
เขาเป็นคนที่รัชทายาทช่วยเหลือเอาไว้
เรื่องนี้จะมองว่าเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็ได้
หากมองเป็นเรื่องเล็กก็คือเขาแต่งงานกับเผยหว่านเ