แต่พวกเราทุกคนก็นำยากันงูมา ไม่มีใครถูกกัด และพวกเราก็จัดการเก็บกวาดงูไปหมดแล้ว”
หลี่ชิงอวี๋ถอนหายใจ “สิ่งที่ข้าเห็น…มันยอดเยี่ยมมากเลย”
“มันเป็นอย่างไรหรือ” โจวเว่ยจงก็เริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมา เขาดูอยากรู้อยากเห็น
“ตอนแรกก็มีมือข้างหนึ่ง แต่มีแค่ครึ่งเดียวนะ มือนั้นยังสามารถขยับได้ด้วย มันก็คืบคลานออกมาจากในวัด…หลี่ชิงอวี๋ชี้ออกไปข้างนอกแล้วชี้ไปที่พระพุทธรูป “ข้างในนี้ก็ไม่สะอาด มีวิญญาณลอยออกมาจากข้างในนี้ มันดูน่าเกลียดน่ากลัวมาก หนังศีรษะครึ่งหนึ่งหลุดออกมา น่าขยะแขยงจนทำให้คนรู้สึกกินข้าวไม่ลงเชียวล่ะ!”
“นั่นยังไม่หมดนะ พวกมันน่ากลัวมาก และต้องการจะกินข้า จิ้มคอข้า…ซี๊ด… ” หลี่ชิงอวี๋สัมผัสคอของเขาและพบว่ามันเจ็บเล็กน้อย
โจวเว่ยจงมองไปจากนั้นก็เอ่ย “ตรงนั้นเป็นรอยเขียวๆ”
สีหน้าของหลี่ชิงอวี๋เปลี่ยนไปทันที “ว่าแล้ว! สิ่งนั้นมันน่ากลัวจริงๆ ข้าก็ไม่ได้กระแทกอะไรตรงนี้นี่ ทำไมมันเขียวขึ้นมาได้! พวกมันทำอะไรข้าหรือเปล่า!”
โจวเว่ยจงมีสีหน้าเห็นอกเห็นใจเขา “เจ้าก็ช่างน่าสงสาร”
หลี่ชิงอวี๋อยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก
แค่น่าสงสารที่ไหน
คนพวกนี้ไม่ได้เห็นภาพเมื่อครู่นี้ก็เลยไม่เข้าใจอารมณ์ของเขาในตอนนั้นเลย!
“ตอนนี้ข้าเห็นวัดนี้แล้วยังรู้สึกอึดอัดไม่สบายตัวไปหมดอยู่เลย” หลี่ชิงอวี๋เอ่ยอย่างคนขี้ขลาด
เขาเพิ่งดูเห็นวิญญาณมากมาย จนตอนนี้ก็ยังมีความกลัวหลงเหลืออยู่ และอดกลัวไม่ได้ว่าจู่ๆ จะม