วซึ่งก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนกันแน่ นางจึงไม่สามารถเขียนจดหมายไปถามได้
“หากอย่างนั้น…ข้าไม่ยินดี” เซี่ยเฉียวรีบเอ่ยขึ้นมาทันที
ตัวตนโม่ชูเซิงของนางมีเอาไว้ทำงาน นางเป็นถึงผู้วิเศษแล้วจะมาพูดเรื่องความรักได้อย่างไร
ขัดขวางการสะสมบุญกุศลของนางเสียเปล่าๆ
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็มีเหตุผล “ได้ ตอนนี้ในราชสำนักจะต้องเกิดการซุบซิบนินทาขึ้นแล้วแน่ๆ หากเรื่องพระชายารัชทายาทนี้ยังไม่กำหนดออกมาเสียทีก็คงจะไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงของแผ่นดิน ดังนั้น…หลังจากเดินทางกลับเมืองหลวงแล้ว ข้าจะแสดงให้แม่นางเซี่ยเห็นความตั้งใจของข้า เพียงแต่…ศิษย์พี่โม่ ท่านคิดว่าแม่นางเซี่ยจะตอบตกลงหรือไม่”
“…” เซี่ยเฉียวเม้มริมฝีปาก
ไม่รู้ อย่าถามนาง!
รัชทายาทอายุไม่น้อยแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่แต่งงานตลอดไป
เซี่ยเฉียวจ้องหน้ารัชทายาทเล็กน้อย จากนั้นนางก็ครุ่นคิดก่อนจะกัดฟันเอ่ย “บางทีนางอาจจะตอบตกลง”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าที่ตึงเครียดแต่เดิมของจ้าวเสวียนจิ่งก็ราวกับน้ำแข็งที่ละลายในชั่วพริบตา สีหน้าเขาดูสดชื่นราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏอยู่ในดวงตาอย่างไม่สามารถยับยั้งได้ “หากเป็นเช่นนั้นก็นับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง หากข้าได้แต่งกับนางก็จะมีแค่นางคนเดียวไปจนตาย จะไม่มีวันทรยศนางเป็นแน่!”
“…” เซี่ยเฉียวก้มหน้าลง คิดคำนวณในใจวุ่นวาย
เซี่ยผิงกั่งยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ถูกรัชทายาท