ให้หอดูดาวหลวงคำนวณฤกษ์กำหนดวันมงคล จะต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เจ้าจะมาพูดจาว่าร้ายล่วงเกินเช่นนี้ไม่ได้” จ้าวเสวียนจิ่งมีเหตุผล
เซี่ยเฉียวรู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที
มันต้องเป็นเช่นนั้นสิ
“…” เซี่ยผิงกั่งได้ฟังก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง และรู้สึกว่าสิ่งที่ฝ่าบาทพูดนั้นมีเหตุผล
เพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้เขามาจากค่ายโจร จึงไม่เข้าใจกฎเกณฑ์มากมายเช่นนั้น
เวลานี้สีหน้าของเขาจึงแสดงความรู้สึกผิดออกมาเล็กน้อย “เช่นนั้นแล้วตอนนี้เราต้องพูดเรื่องอะไรล่ะ”
“โดยทั่วไปแล้วเพื่อแสดงความให้เกียรติ ก่อนอื่นก็จะต้องถามแม่นางเซี่ยว่ามีความคิดเห็นอย่างไร หากนางตอบตกลง ข้าค่อยไปทูลขอฮ่องเต้ทีหลังก็ไม่สาย” จ้าวเสวียนจิ่งสงบนิ่งและรู้มารยาท ทำให้เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าตนเองค่อนข้างหยาบคาย
เขาแค่ไม่เข้าใจ
ในเมื่อให้เกียรติขนาดนี้ ทำไม่ต้องเลือกจากใครคนใดคนหนึ่งด้วยเล่า
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่ารัชทายาทซับซ้อนเกินไปเหมือนกับน้องสาวของเขาที่มีความคิดมากมายจนเขาไม่สามารถเข้าใจได้
“ข้ากับศิษย์พี่โม่จะต้องแต่งงานกันตามคำสั่งของอาจารย์ ข้าจึงต้องให้ความสำคัญหน่อย แต่ถ้าหากศิษย์พี่ไม่ยินดี พวกเราก็ค่อยยกเลิกสัญญาหมั้นหมายนี้เสีย แล้วเลือกคู่แต่งงานเอง” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเสริม
“เป็นอย่างนั้นหรือ” เซี่ยเฉียวรู้สึกงุนงงเล็กน้อยกับคำพูดกลับไปกลับมาของเขา
นางไม่รู้จริงๆ ว่าตนเองมีสัญญาหมั้นหมายกับรัชทายาทด้วย
อาจารย์ของนางออกพเนจรไปทั่