ันต์ขึ้นมา จ้าวเสวียนจิ่งก็เคาะประตูพอดี
“จ้าวซวีจือเลวระยำนั่นส่งจดหมายไปให้คนขององค์ชายสี่ ตอนนี้ขุนนางใหญ่ในราชสำนักหลายคนยื่นฎีกาฟ้องร้องข้า” คำพูดของรัชทายาทฟังดูเหมือนโกรธจัด แต่เซี่ยเฉียวกลับมองไม่เห็นความกังวลใดๆ บนใบหน้าของเขา
“ฟ้องท่านเรื่องอะไร เรื่องที่ท่านคลี่คลายคดีหรือ” เซี่ยเฉียวประชด
“บอกว่าข้ากับท่านมีใจให้กัน บอกว่าท่านล่อลวงรัชทายาท เป็นนางปีศาจ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเรียบๆ
แต่ละครั้งที่ชายชราที่อยู่เบื้องหลังเจ้าสี่พวกนั้นจับจุดอ่อนของเขาได้ ก็จะเหมือนกับหมาบ้า คำพูดของพวกเขาก็จะไม่ค่อยน่าฟังสักเท่าไรนัก
คาดว่านอกจากคนที่เป็นกลางแล้ว เวลานี้คนทั้งสองฝ่ายในราชสำนักก็คงจะทะเลาะกันอีกด้วย
ฝ่ายหนึ่งเป็นขุนนางเก่าของเสด็จพ่อที่เคารพเขาอย่างยิ่ง อีกฝ่ายหนึ่งเป็นญาติฝ่ายมารดาของเจ้าสี่เจ้าห้า
“ข้า นางปีศาจ?” เซี่ยเฉียวไม่พอใจขึ้นมาแล้ว
หากนางเป็นปีศาจจริงๆ จ้าวซวีจือคงตายไปนานแล้ว เขายังจะอยู่รอดมาได้ถึงตอนนี้หรือ
ปรมาจารย์ฮวงจุ้ยที่ทำของใส่หลุมผังศพของผังซีหยวนและสุสานของตระกูลหลี่นั้นมีความสามารถมากแล้วใช่หรือไม่ ความสามารถที่ทำให้คนทั้งตระกูลสูญสิ้นไปได้เช่นนั้นใช่ว่านางจะทำไม่ได้!
“โกรธแล้วหรือ” จู่ๆ จ้าวเสวียนจิ่งเอียงศีรษะไปมองหน้านาง
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจก่อนจะเอ่ยช้าๆ “คนอื่นโกรธข้าไม่โกรธ หากโกรธแล้วเป็นอะไรไปจะไปหาคนรับผิดชอบได้ที่ไหน”
“เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่