ีความรู้ความสามารถอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับผู้เข้าสอบคนอื่นๆ เขาก็นับว่า…ธรรมดาไม่โดดเด่น”
“ตอนนั้นนายท่านของข้าสืบอยู่นานมาก แต่ก็ไม่พบเบาะแสอะไรเลย ประการแรกคือเนี่ยปีผู้นี้ไม่เคยสร้างศัตรูกับใคร ประการที่สอง เขาเพิ่งจะมาถึงอำเภอสวินนี้ได้ไม่นาน แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ศัตรูจะตามพบเขาได้…”
“คดีนี้จึงถูกพักไว้ก่อน นายท่านของข้าชอบบทเพลงและกวีนิพนธ์มาโดยตลอด อยู่มาวันหนึ่ง ฮูหยินสามก็ไม่รู้ไปได้บทกวีที่เขียนขึ้นหลายปีก่อนมาจากที่ไหน…”
“ทันทีที่นายท่านได้ฟังบทกวีนี้ เขาก็รู้แล้วว่าปัญหาคืออะไร และรีบกลับไปหยิบแฟ้มคดีมาทันทีก่อนจะตะโกนเสียงดังออกมาว่า ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง…ตอนนั้น ข้าน้อยคิดว่านายท่านน่าจะรู้ต้นสายปลายเหตุของคดีนี้แล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุใดนายท่านจึงไม่ยอมสรุปคดีนี้”
พ่อบ้านชราพูดขึ้นอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน ศีรษะของเขาแทบจะมุดลงไปในรอยแยกบนพื้นอยู่แล้ว
“บทกวีอะไรเจ้าพอจะจำได้หรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถาม
“หลายวันมานี้ข้าน้อยลองนึกดูดีๆ แต่ก็นึกได้ไม่ครบถ้วน จำได้เพียงว่ามีคำว่า กลิ่นหอมที่หลงเหลือ…กลิ่นหอม จันทรา อะไรทำนองนี้ อย่างอื่นข้าก็นึกไม่ออกแล้ว”
จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้วมุ่น
ในเมื่อบทกวีนี้ทำให้ผังซีหยวนรู้สึกประหลาดใจได้เช่นนี้ เขาจึงคิดว่ามันคงจะขายได้ไม่ดีนัก จนถึงขนาดที่ว่ามีคนนอกน้อยคนนักที่จะรู้จัก
จ้าวเสวียนจิ่งสั่งให้โจวเว่ยจงไปตรวจสอบที่ร้านหนังสือ