ง จ้าวเสวียนจิ่งตกตะลึงครู่หนึ่ง จากนั้นดวงตาของเขาก็เลื่อนลงต่ำเล็กน้อย และรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง
“เพียงแต่การตามหาผู้หญิงคนนี้เกรงว่าจะไม่ง่าย…” เซี่ยเฉียวถอนหายใจ นางคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย “คดีนี้มีเหยื่อทั้งหมดสามคน และพวกเขาทั้งหมดเป็นบัณฑิตสินะ?”
จ้าวเสวียนจิ่งเหลือบมองนางอย่างชื่นชม
จากนั้นทั้งสองก็ช่วยกันหาดูว่าบัณฑิตอีกสองคนทิ้งร่องรอยอะไรเอาไว้บ้างหรือไม่
น่าเสียดายที่หลังจากผ่านไปสักพักพวกเขาก็ยังไม่พบสิ่งใดเลย
“ผังซีหยวนคนนี้สามารถรู้ตัวฆาตกรได้โดยอาศัยบทกวีนี้ เกรงว่าเขาน่าจะรู้อยู่บ้างว่าคนที่ถูกบรรยายในบทกลอนนี้คือใคร” จ้าวเสวียนจิ่งครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะหันไปเอ่ยกับเซี่ยเฉียว
เซี่ยเฉียวพยักหน้ารัวราวกับไก่กำลังจิกข้าว
ถูกต้อง
น่าเสียดายที่ผังซีหยวนเสียชีวิตไปนานแล้ว ตระกูลผังก็เหลือแค่เจ้านายและบ่าวรับใช้เพียงสองคนเท่านั้น
“ไปพาตัวชายชรามาที่นี่หน่อย” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยคำสั่ง
ไม่นานนักชายชราก็มาถึง
ชายผู้นี้ค้อมหลังตลอดเวลา ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยร่องลึก ในแง่ของการเป็นบ่าวรับใช้ คนผู้นี้มีความจงรักภักดีอย่างแน่นอน แม้ครอบครัวของเจ้านายจะเสียชีวิตไปหมดแล้ว แต่เขาก็ไม่ยังลืมที่จะดูแลแม่นางผังคนนี้ให้ดี
“มารดาผู้ให้กำเนิดของแม่นางผังเป็นเพียงนางข้างห้องเท่านั้นหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถามทันใด
เมื่อชายชราได้ยินเช่นนั้นร่างกายของเขาก็สั่นสะท้าน จากนั้นเขาก็พยักหน้าอย่