เขา ในแฟ้มคดีไม่ปรากฏว่ามีผู้หญิงคนใดที่มีความเกี่ยวข้องกับเนี่ยปี
“ฝ่าบาทสืบอะไรได้แล้วบ้าง” เซี่ยเฉียวเองก็มาร่วมชมความครึกครื้นด้วย
เซี่ยผิงกั่งบอกนางแล้วว่า รัชทายาทใช้ให้พวกเขาไปค้นหาหนังสือมากองโตทีเดียว แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่เข้าใจคำกลอนบทกวีพวกนั้นเลยจึงไม่สามารถช่วยอะไรได้ ได้แต่ต้องปล่อยให้รัชทายาทต้องรับภาระอยู่คนเดียว ทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจจริงๆ
ส่วนนาง…
ศิษย์พี่ของรัชทายาท
บางทีนางอาจเข้าใจบทกวีมากกว่ารัชทายาท พวกเขาจึงเชิญนางมาดู
จ้าวเสวียนจิ่งเอาบทกวีหน้านั้นให้เซี่ยเฉียวอ่าน
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว “เนี่ยปีคนนี้ก่อนจะตาย…ยังไปพบผู้หญิงคนหนึ่ง…แล้วเกิดอะไรขึ้น”
ลองดูประโยคนี้สิ ก้อนเมฆเปลี่ยนเป็นเขินอาย วิญญาณจันทราหลอมละลาย…จันทรานี้หมายถึงผู้หญิงคนนั้นใช่หรือไม่ หากแปลตรงๆ ก็น่าจะ…
จิตวิญญาณที่สงบของหญิงสาวก็เตลิดเพลิดไป…
กลิ่นหอมนี้กลายเป็นกลิ่นของอดีต พริบตาก็เข้าสู่ห้วงฝัน…
ต้องเป็นฉากหลังจากที่ชายหญิงมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแน่นอน?
ไม่ใช่ว่าปกติแล้วจะเขียนบทกลอนแบบนี้ออกมาไม่ได้ เพียงแต่บัณฑิตทั่วไปที่เขียนกลอนและวิจารณ์บทกวีล้วนใส่ใจเรื่องความรู้สึกกันทั้งนั้น!
เนี่ยปีออกเดินทางมานานมากแล้ว หากเขาไม่ได้เพิ่งจะเคยสัมผัสมันมา ไหนเลยจะมาทอดถอนใจเช่นนี้
เซี่ยเฉียวไม่ได้พูดด้วยความระมัดระวังมากนัก แววตาของนางยิ่งดูเปลือยเปล่า เปิดเผย เปิดเผยจนบ่งบอกถึงอะไรบางอย่า