ถามกับตัวเอง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมอง
ปรมาจารย์ผู้นั้นน่าจะอยู่ในรถม้าคันใดคันหนึ่ง
ช่างน่าขันเหลือเกิน คนที่มีความแค้นกับเขาต่างก็มากันหมด
รัชทายาท เซี่ยผิงกั่ง และนักพรตที่ทำเป็นติดต่อเทพผีวิญาณได้คนนั้น
จ้าวซวีจือกวาดตามอง แล้วก็ได้เห็นหลี่ชิงอวี๋ที่เปิดม่านออกเพื่อระบายอากาศพอดี
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็เอ่ยขึ้นว่า “ฝ่าบาท ข้าไม่ได้พบหลี่ชิงอวี๋มานานแล้ว ข้าอยากเข้าไปคุยกับเขาหน่อย”
“ไปเถอะ” จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้ห้ามเขา
จ้าวซวีจือแค่ต้องการคุยกับหลี่ชิงอวี๋เรื่องคดีนี้ และต้องการสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์จากปากของเขาเท่านั้น
จ้าวเสวียนจิ่งพูดง่ายอย่างหาได้ยากยิ่ง จ้าวซวีจือรู้สึกไม่คุ้นเคยอย่างยิ่งจนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่ารัชทายาทกำลังขุดหลุมเพื่อให้เขากระโดดลงไปหรือไม่
ใจเขานั้นสงสัย แต่ก็ยังเดินเข้าไปหาหลี่ชิงอวี๋อยู่ดี
เวลานี้สีหน้าของหลี่ชิงอวี๋ย่ำแย่อย่างยิ่ง แต่หลังจากที่เห็นจ้าวซวีจือเขาก็ยิ้มให้อย่างสุภาพ “พี่ซวีจือมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
เมื่อก่อนหลี่ชิงอวี๋เรียกจ้าวซวีจือว่าท่านอ๋องน้อย
ต่อมาเมื่อองค์ชายน้อยถือกำเนิด เขาจึงไม่กล้าเรียกมั่วๆ เช่นนั้นอีก
“ข้ามาเรื่องคดีหิ่งห้อยน่ะ ตอนนี้ข้ากำลังทำงานอยู่ในฝ่ายคดีอาญาที่สำนักตรวจการ” ท่าทางจ้าวซวีจืออบอุ่นสบายๆ “เจ้าเพิ่งกลับมาจากวัด? เป็นอย่างไรบ้าง พบเบาะแสอะไรบ้างหรือไม่ เจ้ากับข้าต่างก็วิ่งวุ่นเพื่อทำคดีนี้ ก็ค่อนข้า