ืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ปากนางราวกับว่ากำลังพูดอะไรบางอย่าง…
เมื่อประกอบกับสภาพอากาศที่มืดมนนี้ ทุกคนมองดูนางแล้วก็อดรู้สึกหนาวขึ้นมาไม่ได
จ้าวเสวียนจิ่งมองแผ่นกลังของเซี่ยเฉียว แล้วเดินเข้าไปหานาง
“ท่านมองเห็นพวกเรา พอ…พอจะให้พวกเรากินหน่อยได้หรือไม่” วิญญาณพวกนั้นกลับคุกเข่าลง หลังจากที่พวกนางพูดจบแล้วก็ยังรู้สึกได้ถึงไอแค้นที่แพร่กระจายออกมา
แม้จะมีไอแค้นแต่พวกนางก็ยังไม่ได้กลายเป็นวิญญาณแค้น
“พวกเจ้าอดอาหารตายกันหมดเลยหรือ” เซี่ยเฉียวงุนงงเล็กน้อย จำนวนเท่านี้ออกจะมากเกินไป
มีวิญญาณอยู่ที่นี่ถึงยี่สิบถึงสามสิบตน บางคนจะจากไปทันทีหลังจากที่พวกเขาตายไปแล้ว และจะไม่อยู่ในโลกนี้อีกเลย ตอนนี้มีวิญญาณมากมายขนาดนี้ หากคำนวณตามสัดส่วน ยอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงคือเท่าไรกันแน่
นางเองก็ไม่เคยได้ยินว่ามีภัยพิบัติใดๆ เกิดขึ้นที่นี่
แม้ว่าจะมีภัยพิบัติเกิดขึ้นในปีที่แล้ว แต่ราชสำนักก็เข้ามาแทรกแซงให้การช่วยเหลือ ผลกระทบของภัยพิบัติครั้งนั้นก็ไม่ได้รุนแรงอะไรนัก และไม่มีการเสียชีวิตมากมายเช่นนี้
“ปรมาจารย์ พวกเราไม่ได้กินอะไรมานานแล้ว นานๆ ครั้งพวกเราจึงจะมีโอกาสออกมากินอะไรได้สักวันหนึ่ง พวกเรา…หิวมากจริงๆ ขอร้องท่านปรมาจารย์ ให้อะไรพวกเรากินด้วยเถอะ!”
“ท่านปรมาจารย์ ขออะไรให้เรากินหน่อยเถอะ…”
แต่ละคนร่ำไห้โอดครวญ
“พวกเจ้าลอยมาจากที่ไหนกัน” เซี่ยเฉียวถาม
วิญญาณพวกนี้มีอะไรผิดปกติ