้วย ไหนเลยที่ตนเองจะต้องพกเงิน
หลังจากที่เขาลูบๆ คลำๆ อยู่นานก็กัดฟัน ปลดจี้หยกของตนเองออกมายื่นให้เซี่ยเฉียวตรงหน้าอย่างสั่นเทา
“เก็บหยกกลับไป แล้วไปขอเงินจากปู่เจ้ามา” จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้ว น้ำเสียงเขาแสดงความรำคาญ
เด็กโง่คนนี้ จะมอบหยกให้ใครส่งเดชก็ได้หรือ
ไม่เคยได้ยินคำที่ว่าหยกทองคู่วาสนา รักหยกถนอมบุปผา รักษาร่างกายให้เหมือนหยก พวกนี้บ้างเลยหรือ
เมื่อหลี่ชิงอวี๋ถูกรัชทายาทชี้แนะตักเตือน เขาก็รีบก้าวถอยหลังแล้วรีบกลับไปอย่างลนลานทันที
“เด็กคนนี้ตอนที่ถูกของกลับดูตรงไปตรงมาอยู่บ้าง ดูเขาตอนนี้สินุ่มนิ่มอย่างกับกระต่าย ลูกผู้ชายต้องเอาอย่างเซี่ยผิงกั่งจะได้ดูชัดเจนจริงใจหน่อย ท่านว่าไหม” จ้าวเสวียนจิ่งดูท่าทางราวกับพระสงฆ์ที่ไม่กินเนื้อ แต่คำพูดของเขากลับทิ่มแทงคนยิ่งนัก
หลี่ชิงอวี๋ไม่ได้ยินคำ แต่เซี่ยเฉียวก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับคำพูดของเขา
หลี่ชิงอวี๋ก่อนหน้านี้อ้าปากทีก็เรียกนางว่าหมอผีเฒ่า แม้จะดูน่ารังเกียจ แต่เขาก็ดูมีพลังมีชีวิตชีวากว่านี้
แต่ตอนนี้เขาไม่เหมือนเดิม การกระทำเป็นแบบแผน เต็มไปด้วยมารยาท ตอนนี้ออกมาเที่ยวข้างนอก แต่ไม่รู้สึกสนุกสักนิด
เซี่ยเฉียวไม่ได้พูดอะไร จากนั้นจ้าวเสวียนจิ่งก็สั่งให้คนเข้ามาจุดไฟให้กองหนึ่ง
เปลวไฟลุกโชน แสงสีเต้นเร่า
เซี่ยเฉียวเอนพิงต้นไม้ นางคลุมร่างด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์ก่อนจะขดตัวกลม
ภายใต้แสงไฟอันอบอุ่นนางก็เริ่มรู้สึกเคลิ้ม ไม่นานนักนาง