าจะได้แต่งงาน ดาวงานมงคลเคลื่อนตัวแล้วหรือไม่” เซี่ยผิงกั่งพูดมากขึ้นมาอีก
เขารู้สึกว่าปรมาจารย์โม่คนนี้เป็นคนกันเองไปแล้ว ในเมื่อเคยกินข้าวด้วยกัน ดื่มสุราด้วยกัน เมื่อต้องมาเดินทางด้วยกันก็สามารถพูดคุยกันได้มากหน่อย
เซี่ยเฉียวไม่พูดอะไร
เซี่ยผิงกั่งจึงถอนหายใจ
ดูท่าดวงเรื่องคู่ครองของน้องสาวเขาคงจะยากแล้ว
เซี่ยเฉียวนั่งอยู่ในรถม้า เมื่อไม่มีอะไรทำนางจึงได้นำไม้ออกมาท่อนหนึ่งเพื่อแกะสลักกระบี่บินให้วิญญาณที่ช่วยเหลือนางก่อนหน้านี้
วิญญาณนั้นคงจะรู้สึกว่าการอยู่ในเมืองหลวงน่าเบื่อจึงได้ติดตามนางมาด้วย ประเดี๋ยวก็ลอยไปโน่นนี่ ประเดี๋ยวก็นั่งอยู่บนหลังคารถม้าชมวิวทิศทัศน์ และคอยบอกสถานการณ์โดยรอบให้เซี่ยเฉียวฟัง
ในการเดินทางครั้งนี้ตระกูลหลี่นับว่าไม่ได้พาคนมามากเท่าไรนัก นอกจากผู้เฒ่าหลี่และหลานชายของเขาหลี่ชิงอวี๋แล้ว คนอื่นๆ ก็เป็นบ่าวรับใช้ทั้งหมดประมาณยี่สิบคน ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้สอย
คนที่จ้าวเสวียนจิ่งพาติดตามมาด้วยยิ่งน้อยลงไปกว่านั้นอีก รวมเซี่ยผิงกั่งแล้วก็เป็นหกคนเท่านั้น
“ปรมาจารย์ หน้าพวกเรายังมีคนอื่นอยู่ด้วยนะ ดูแล้วก็มีคนไม่น้อยเลย” เสียงของวิญญาณลอยเข้ามาจากด้านบนหลังคาเกี้ยว
ปรมาจารย์ไม่ชอบหน้าเขา นางบอกว่าตอนที่เขาตายนั้นดูไม่ได้เลย ร่างวิญญาณจึงอัปลักษณ์เช่นนี้
เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน ตอนนั้นเตาระเบิด ร่างกายของเขาจึงถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ
“