ามีเรื่องใด จะเอ่ยมาตามตรงได้หรือไม่”
อวี่เหยียนหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย พลางมองไปทางฮวาเจี้ยนซินและเจียงเจี้ยนโดยไม่รู้ตัวฮวาเจี้ยนซินยิ้ม ก่อนลุกขึ้นและพาเจียงเจี้ยนออกไปทันที
ภายในเรือนพักเหลือแค่คนสองคน อวี่เหยียนสูดหายใจลึกๆ ก่อนกล่าวว่า“ข้าอยากให้ตระกูลขุนนางประคองจันทร์เข้าสวามิภักดิ์กับต้าจิ่งแต่ท่านพ่อไม่แน่ใจว่าท่านมีท่าทีเช่นใดต่อตระกูลขุนนางประคองจันทร์ กลัวว่าท่านจะไม่ยอมรับเจ้าค่ะ”
สำนักหลังบัลลังก์เข้ามาสวามิภักดิ์? ย่อมเป็นเรื่องดี! เรื่องนี้จะกระตุ้นให้ยุทธภพต้าจิ่งก้าวหน้าเจียงฉางเชิงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า“ข้าย่อมต้อนรับตระกูลขุนนางประคองจันทร์ เพียงแต่เมื่อพวกเจ้าเข้ามาแล้ว อาณาจักรที่พวกเจ้าเคยควบคุมอยู่จะทำเช่นใดเล่า”
อวี่เหยียนกล่าวว่า “วางมือเจ้าค่ะ รอให้ต้าจิ่งไปยึดครอง”
เจียงฉางเชิงประหลาดใจ ตัดสินใจเด็ดขาดถึงเพียงนี้เชียวหรืออวี่เหยียนอี้เอ่ยอึกๆ อักๆ ว่า “เพียงแต่….”
คำพูดบางคำยากจะออกจากปากจริงๆ มิใช่ว่าเจียงฉางเชิงไม่เข้าใจเรื่องความรัก อย่างไรเขาเป็นคนที่อยู่มาสองชาติแล้วเพียงแต่เวลานี้เขาบำเพ็ญเพียรเป็นหลัก ไม่ต้องการให้เรื่องเล็กน้อยอื่นๆ เข้ามารบกวนสมาธิเขาจึงเอ่ยปากว่า
“หากตระกูลขุนนางประคองจันทร์ขอสวามิภักดิ์กับต้าจิ่งจริงๆ ตราบใดที่ข้ายังอยู่ภายในต้าจิ่งจะต้องมีที่ให้ตระกูลขุนนางประคองจันทร์ยืนหยัดได้อย่างมั่นคงเวลานี้ยุทธภพของต้าจิ่งเองก็ต้องการดินแดนศั