ากๆ แน่ และหากตำแหน่งราชการของเจ้าสูงกว่าพี่ชายใหญ่ของเจ้าอีก เช่นนั้นแล้วต่อไป…ทุกคนในบ้านนี้ก็ต้องเชื่อฟังเจ้าไม่ใช่หรือ” หลินหยาเซียงพูดจบ แล้วก็รู้สึกมีความสุขมาก
ราวกับนางได้เห็นเซี่ยผิงไหวมีอนาคตอันสดใสแล้วกระนั้น
“ท่านป้าก็โม้เก่งเกินไปแล้ว ท่านดูสิว่าตอนนี้ข้าตัวเล็กแค่นี้เองจะไปเป็นแม่ทัพใหญ่? นั่นยังเร็วไปมาก ทว่าแม้จะเป็นแม่ทัพใหญ่ไม่ได้ แต่พอข้าโตขึ้นถึงอย่างไรก็ต้องมีตำแหน่งราชการสักตำแหน่งล่ะนะ? หากเขาทำได้ดี…ก็พอที่จะเอาชนะพี่ชายใหญ่ได้” เซี่ยผิงไหวคิดได้เช่นนั้นก็รู้สึกโล่งใจ
การเป็นขุนนางไม่ได้อาศัยว่าใครหมัดใหญ่กว่าแล้วจะชนะนี่!
พี่ชายใหญ่มีอะไรเล่า เขาไม่มีคนสนับสนุนสักหน่อย
แต่เขาไม่เหมือนกัน เขามีเซียวอวี้หรงเป็นอาจารย์!
ตอนนี้ในสำนักศึกษา อาจารย์มากมายที่เห็นเขาแล้วก็อดไม่ได้ที่จะประเมินเขาสูงขึ้นเล็กน้อย!
เซี่ยผิงไหวรู้สึกได้ใจเล็กน้อย กระทั่งมีความกล้าที่จะทำหน้าทะเล้นใส่เซี่ยผิงกั่งเลยทีเดียว
“ป้าเชื่อเจ้า” หลินหยาเซียงเอ่ยยิ้มๆ หลังจากที่นางพูดจบก็หันไปถามเซี่ยผิงกั่ง “ไม่ทราบว่าคุณชายใหญ่มีอาจารย์บู๊ที่เหมาะสมแนะนำบ้างหรือไม่ ท่านดูสิ เด็กคนนี้มีความทะเยอะทะยานถึงขนาดนี้ ช่างวิเศษจริงๆ ตระกูลหลินของพวกเราเป็นแค่ชาวนาธรรมดาๆ จึงไม่รู้จักอาจารย์ที่สอนศิลปะการต่อสู้คนไหนเลย อย่าได้ทำให้เขาเสียเวลาเปล่าเลย แม้ว่าที่สำนักศึกษาจะมีอาจารย์สอน แต่ระยะเวลาที่สอนก็