ขึ้นมาอย่างกะทันหันเช่นนี้ เซี่ยเฉียวจึงรู้สึกไม่ค่อยชินเท่าไรนัก
“เจ้า…” นางเหลือบมองเขาอย่างลังเลเล็กน้อย “ลองเรียกข้าว่าหมอผีเฒ่าอีกที?”
“…” หลี่ชิงอวี๋หน้าแดงทันที “ผู้น้อยไม่รู้ความ ต้องขอบคุณท่านปรมาจารย์โม่มากที่ช่วยตีข้าเพื่อเรียกสติข้าขึ้นมา”
“เหลวไหล ข้าตีเจ้าที่ไหน” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว “เด็กน้อยอย่าได้พูดโกหก”
ใช่แล้ว นางไม่ได้ลงมือโดยตรง
แต่กลับให้ท่านปู่ของเขานำบ่าวรับใช้จับเขากดลงกับพื้น
หากจะพูดว่าเวลานี้หลี่ชิงอวี๋ไม่ได้รู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อยก็คงเป็นไปไม่ได้ แท้จริงแล้วในใจเขาก็รู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่กลับควบคุมมันไว้ได้ โดยเฉพาะเมื่อเวลานี้เขาอยู่ต่อหน้าคนนอก เขาจึงยิ่งรู้ว่าไม่อาจทำให้ตระกูลหลี่อับอายขายหน้าได้
เมื่อคนคนนี้เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันก็ดูไม่น่าสนใจอีกต่อไป เซี่ยเฉียวจึงขาดความสนใจไปบ้าง
“ราชครูผู้เฒ่า ข้าขอดูคฤหาสน์ท่านสักหน่อยดีกว่า” เซี่ยเฉียวเอ่ย
ผู้เฒ่าหลี่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าทันที นำเซี่ยเฉียวเดินชมแต่ละเรือนด้วยตัวเอง
เขามีลูกทั้งหมดหกคน แม้ว่าตอนนี้ครึ่งหนึ่งจะตายไปแล้ว แต่นอกจากบ้านสามที่ไม่มีผู้สืบทอดแล้ว บ้านอื่นๆ ก็ยังมีลูกหลาน ดังนั้นจึงต้องดูทุกบ้าน
บ้านตระกูลหลี่นี้มีขนาดใหญ่มาก มากจนไม่สามารถที่จะเดินดูให้ทั่วได้ภายในเวลาหนึ่งชั่วยาม