ั่งซานได้ยินเช่นนั้นก็รีบพยักหน้าทันที
เซี่ยผิงกั่งหัวเราะเยาะขึ้นมาทันที “ท่านลุงใหญ่คิดจะให้ข้าทำอะไรหรือ อยากจะให้ข้าพูดกับทางการว่าอย่าจับตัวท่านไป หรือว่าให้ข้าจับท่านไปส่งเขาดี”
หัวใจของเซี่ยหมั่งซานเต้นรัวเร็วขึ้นทันที แข้งขาก็อ่อนแรง และแทบจะคุกเข่าให้เซี่ยผิงกั่งแล้ว “หลานชาย! ข้าไม่โลภมากเลย! อีกอย่างทุกคนก็ทำนี่ ขอร้องเจ้าช่วยข้าทีเถอะ ข้าสัญญาว่า ต่อไปนี้จะซื่อสัตย์ ไม่ว่าทำงานอะไรก็จะไม่โลภ ไม่เอาเปรียบคนอื่นอีก!”
“หรือท่านกำลังจะบอกข้าว่า ข้าช่วยท่านครั้งนี้แล้ว ต่อไปก็ยังต้องช่วยท่านจัดการชีวิตที่เหลือให้ท่านอีก” เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเขาเห็นเขาเป็นคนโง่
“ผิงกั่ง ข้า ข้าคุกเข่าให้เจ้าก็ได้นะ” พอพูดจบเซี่ยหมั่งซานก็คุกเข่าลงจริงๆ
“หากท่านต้องการให้ข้าอายุสั้นก็แค่พูดออกมาตรงๆ” เซี่ยผิงกั่งพูดเช่นนั้นก็จริง แต่เขากลับตอบรับการคุกเข่านี้อย่างสงบนิ่ง “ใต้เข่าของท่านไม่ได้มีทองคำอยู่สักหน่อย ต่อให้ท่านคุกเข่าจนฟ้าดินสลายก็ไม่คุ้มเลยสักนิด!”
“จะให้ข้าทำอย่างไร เจ้าถึงจะยอมช่วยข้า!” เวลานี้เซี่ยหมั่งซานรู้สึกสิ้นหวังเล็กน้อย
“ช่วยท่าน? ทำไมข้าต้องทำอย่างนั้นด้วย ข้ายังต้องบอกท่านด้วยว่า เรื่องแรงงานเกณฑ์นี้ข้าเป็นคนทำเอง ข้าเป็นคนมอบหลักฐานพวกนั้นให้รัชทายาทไปเมื่อวันก่อน จากนั้นก็เก็บกวาดคนหลุ่มหนึ่ง เพราะเรื่องนี้รัชทายาทยังให้รางวัลแก่ข้าเป็นพิเศษด้วย” เซี