ูกฟ้องร้องด้วยเช่นกัน
เช้าวันรุ่งขึ้น จ้าวเสวียนจิ่งก็ถูกเรียกตัวเข้าวังไปพร้อมกับเซี่ยผิงกั่งทันที
เซี่ยผิงกั่งในฐานะขุนนางเล็กๆ ขั้นหกไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าเฝ้าในท้องพระโรงเลยแม้แต่น้อย นี่เป็นครั้งแรกของเขา
เซี่ยผิงกั่งคุกเข่าต่อหน้าราชสำนัก เขาคนเดียวกินพื้นที่ของคนสองคน แต่ไม่มีความขลาดกลัวใดๆ เขาคุกเข่าลงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ตอนที่ทำความเคารพ ปราณในช่องท้องของเขาเต็มเปี่ยม มองไม่เห็นความไม่มั่นใจเลยแม้แต่น้อย
“ฝ่าบาท เซี่ยผิงกั่งจับกุมผู้เข้าสอบมาตามอำเภอใจโดยไม่แยกแยะถูกผิด น่าสงสารที่ผู้เข้าสอบคนนี้มาสอบตามลำพังคนเดียวโดยไม่มีบิดามารดาหรือพี่น้อง หากไม่ใช่เพราะว่าความสามารถที่โดดเด่นของเขาเป็นที่ประทับใจของผู้คน และเขาต้องมาตายอยู่ในศาลตัดสินคดีตอนนี้ ก็คงไม่มีใครออกหน้าแทนเขา!” ขุนนางใหญ่ผู้หนึ่งยืนขึ้น “ขอให้ฝ่าบาทมอบความยุติธรรมให้แก่เวินหลันเฉิงด้วยพ่ะย่ะค่ะ คืนความบริสุทธิ์ให้แก้เขา ลงโทษฆาตกรอย่างหนัก!”
“ผู้เข้าสอบนี้ล้วนถือเป็นกระดูกสันหลังของบ้านเมือง จะปล่อยให้เขาถูกดูหมิ่นเหยียดหยามเช่นนี้ได้อย่างไร! ฝ่าบาท นิสัยโจรของเซี่ยผิงกั่งยากที่จะกำจัด ไม่เหมาะสมที่จะเป็นขุนนาง ขอให้ฝ่าบาทปลดเขาเสียเพื่อคืนความสะอาดบริสุทธิ์ให้แก่ราชสำนักนี้!”
“องค์รัชทายาททรงเป็นรากฐานของบ้านเมือง พระองค์จะทรงอยู่ร่วมกับคนหยาบคายและบ้าบิ่นเช่นนี้ได้อย่างไร วันนี้หากปล่อยให้คนคนนี้ล้