ียวกันนี่ ไม่มีความแตกต่าง!”
“ไม่เหมือน!” เซี่ยเฉียวยืนกรานเสียงแข็ง
ท่านโง่มองไม่ออกเอง!
เซี่ยเฉียวเก็บภาพเหมือนเอาไว้ แล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม “ท่านได้ภาพเหมือนนี้มาจากไหน”
“แย่งมาจากตึกจอหงวนน่ะ” น้ำเสียงของเซี่ยผิงกั่งอึดอัดเล็กน้อย
เมื่อเซี่ยผิงกั่งเห็นว่าเซี่ยเฉียวกำลังจ้องเขาอยู่ เขาจึงได้อธิบาย “วันนั้นข้าไปดื่มเหล้าที่ตึกจอหงวน ข้าจะไปดูสักหน่อยว่าที่นั่นมีบัณฑิตที่เหมาะสมบ้างหรือไม่ แวบแรกก็เห็นว่าคนคนนี้รูปลักษณ์ดี จึงได้เอาภาพเหมือนมา และเข้าไปพูดคุยกับเขา”
“จึกจอหงวน” เซี่ยเฉียวประหลาดใจ
นางรู้ว่า มันเป็นสถานที่ที่พวกบัณฑิตชอบไปอยู่
อีกไม่กี่วันก็จะมีการสอบจอหงวนแล้ว ในตึกจอหงวนจึงน่าจะมีบัณฑิตจากที่ต่างๆ มาชุมนุมกันมากมาย ได้ยินว่าที่นี่จะมีการวาดภาพเหมือนของบัณฑิตที่มีความสามารถดีหน่อยแขวนไว้ด้วย
“ตึงจอหงวนไม่น่าจะวาดรูปให้บัณฑิตง่ายๆ หรอกกระมัง” จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็ถามขึ้น
“ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้น คนจะมีภาพเหมือนได้ล้วนผ่านการทดสอบแข่งขันกันในตึกจอหงวนมาแล้ว และจะต้องได้รับการยอมรับในความสามารถจากทุกคน” เซี่ยผิงกั่งพยักหน้า
สีหน้าเซี่ยเฉียวเปลี่ยนไปทันที
เมื่อเซี่ยเฉียวมองลงไปยังชายที่อยู่ด้านล่าง นางก็ถามพี่ชายใหญ่ของนางว่า “เขาบอกว่าเขาจะสอบในฤดูใบไม้ผลิปีนี้หรือเปล่า”
“ข้าถามแล้ว เขาบอกว่าเขาจะเข้าสอบด้วย แต่ว่า…” เซี่ยผิงกั่งครุ่นคิดเล็กน้อย “คนคนน