ขึ้นมาได้ เพียงแต่น่าเสียดายที่คนคนนี้ดูเหมือนจะใกล้แต่ก็เหมือนไกลจากพวกเจ้า…”
“คนถ่อยที่ไม่ได้รับเคราะห์กรรมอะไรเลยก็เพราะเจ้ารับไปคนเดียวแล้ว”
เซี่ยหมั่งซานพยักหน้าไม่หยุด
เซี่ยเฉียวพูดจนคอแห้งแล้ว นางจึงรีบดื่มชาทันที
“ปรมาจารย์ หากอย่างนั้นท่านก็หมายความว่า คนถ่อยกับข้ามีวาสนาที่เชื่อมโยงกัน ดังนั้นความจริงใจของข้าคนเดียวนี้ย่อมใช้ไม่ได้ จะต้องพยายามให้พวกเราทั้งสองคืนทรัพย์สมบัติที่ได้มาโดยไม่ชอบ จึงจะขจัดพลังพิฆาตนี้ไปได้หมดสิ้น?” เซี่ยหมั่งซานนิ่วหน้าถาม
“จะพูดเช่นนั้นก็ได้ แต่หากทำเช่นนั้น คนถ่อยก็จะเกลียดชังเจ้า” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เซี่ยหมั่งซานคิดหนัก
เขาพยักหน้าอย่างหนักหน่วงหลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่ง “ปรมาจารย์ ข้าเข้าใจแล้ว ข้ากลับไปแล้วจะทำตามที่ท่านบอกแน่นอน จริงสิ ค่าทำนายนี้…เท่าไรหรือ”
ก็แค่คืนเงินไม่ใช่หรือ
ให้น้องรอง น้องรองร่ำรวยออกอย่างนั้น ต่อให้น้องรองไปจะต้องกลับมาให้เขาอีกแน่!
“เจ้าเป็นคนมีวาสนา ค่าทำนายไม่จำเป็นหรอก อีกอย่าง เงินทองเป็นของนอกกาย ยามเกิดก็ไม่ได้ติดตัวมาด้วย ยามไปก็เอาไปด้วยไม่ได้ ข้าไม่ได้ให้ความสำคัญกับของพวกนี้ ขอเพียงให้เจ้ามีชีวิตที่ราบรื่น สงบ และมีความสุข” สีหน้าเซี่ยเฉียวสูงส่งมีเมตตา พูดจบนางก็ยังใช้แส้ปัดแมลงเคาะศีรษะของเซี่ยหมั่งซานไปหนึ่งที”
นางแสดงได้อย่างไร้ที่ติ