่วันรุ่งขึ้น เซี่ยเฉียวก็เริ่มทำจัดการงานของหอส่องชะตา ซึ่งงานหลักๆ ก็คือการคำนวณดวงชะตาและตรวจดูแปดอักษรของคู่แต่งงานว่าเข้ากันได้หรือไม่
เดิมทีหอส่องชะตาขายแต่ยันต์และขับไล่วิญญาณชั่วร้าย แต่เนื่องจากช่วงนี้หอส่องชะตามีชื่อเสียงที่ดี แม้แต่จวนอ๋องก็ยังแบกของขวัญขอบคุณมามอบให้ด้วยตัวเอง ชื่อเสียงของหอส่องชะตาจึงดีขึ้นไปอีก
มักจะมีชาวบ้านธรรมดาแวะเวียนมาให้นางคำนวณดวงชะตาให้
หากเซี่ยเฉียวอยู่ที่นั่นก็จะง่ายหน่อย
แต่เนื่องจากความลึกลับของนาง กลับทำให้ผู้คนที่มาให้นางทำนายดวงชะตามีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อพวกเขาเปิดประตูรับลูกค้าในวันนี้ ผู้ดูแลฉังก็ถูกห้อมล้อมในทันที พอได้ยินว่าปรมาจารย์โม่อยู่ข้างใน ใบหน้าของผู้คนที่ต่อแถวอยู่ก็แสดงความตื่นเต้นออกมาเล็กน้อย
ตามกฎเดิม หลังจากเข้าคิวแล้ว ผู้ดูแลร้านก็จะจั่วตัวเลขเลือกออกมาสามคน
สองคนแรกไม่มีปัญหาอะไร พวกเขาต่างก็ถามแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในบ้าน ไม่มีอะไรมากไปกว่าการถามเกี่ยวกับการแต่งงานและอนาคต
มีแค่คนที่สามนี้เอง…
เมื่อเขามาถึงในห้องที่กั้นแยกไว้ สีหน้าของเซี่ยเฉียวก็เฉยชาลงเล็กน้อย
กลับกลายเป็นเซี่ยหมั่งซาน
เซี่ยหมั่งซานมองซ้ายมองขวาแล้วเดินเข้าไป จากนั้นเขาก็เหลือบมองเซี่ยเฉียว เมื่อพบว่าเป็นนักพรตหญิง เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เขาก็ยังนั่งลง ก่อนจะหยิบแปดอักษรวันเดือนปีเกิดออกมาวางลงบนโต๊ะ “รบกวนท่านนักพรตช่วยคำนวณดูให้หน่อยว่า จะต