ช่างเป็นคนดีเหลือเกิน!
โชคดีที่มีคนดีๆ เช่นนี้ ลูกชายของนางจึงหายป่วยได้!
“แค่ต่อยเจ้าไปทีเดียวนับว่ายังเบาไปนะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสริม
จ้าวซวีจือควรจะขอบคุณที่นางไม่ได้มีแรงต่อสู้มากขนาดนั้น
เฮอะ
แววตาของจ้าวซวีจือดูร้ายกาจ เขามองจนพระชายารู้สึกตกใจนิ่งงันไป นางไม่เคยเห็นสีหน้าท่าทางเช่นนี้ของจ้าวซวีจือมาก่อน
เซี่ยเฉียวกลอกตาใส่จ้าวซวีจือทีหนึ่งอย่างเปิดเผย “เอาล่ะ เรื่องนั้นก็จบไปแล้ว เจ้า…แค่กๆ ออกไปเถอะ อย่าได้อยู่ขวางหูขวางตาข้าอีกเลย”
เซี่ยเฉียวไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
นางคือโม่ชูเซิง
นางมีคนหนุนหลัง
นางไม่กลัว!
พระชายาเองก็กลัวว่าประเดี๋ยวจ้าวซวีจือจะคิดไม่ได้และก่อความวุ่นวายขึ้นมาอีก นางจึงรีบเอ่ยทันที “เจ้ารีบออกไปพักผ่อนเถอะ เจ้าทำให้คนตาย ปรมาจารย์โม่ก็แค่ลงไม้ลงมือนิดหน่อยเพื่อล้างบาปให้เจ้าเท่านั้น”
“คำพูดนี้ไม่เลว” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
หากนางไม่ห้ามไว้ไม่ให้วิญญาณนั้นเปลี่ยนเป็นวิญญาณแค้น ต่อไปใครเล่าที่จะต้องรับกรรม
ไม่ใช่จ้าวซวีจือหรอกหรือ?
แม้มันจะทำให้จ้าวซวีจือจะต้องทุกข์ยากมากขึ้น แต่ถึงอย่างไร…เขาก็ไม่มีวันที่จะน่าสงสารได้เท่ากับผู้ชายคนนั้น สิ่งที่ต้องแลกมันมากเกินไป นางจึงทนไม่ได้เท่านั้น
จ้าวซวีจือรู้สึกว่าระยะนี้เขาโชคร้ายจริงๆ ทั้งถูกเสด็จพ่อและพระชายาตำหนิ และถูกรัชทายาทดูหมิ่นรังแก ตอนนี้ยังมีโม่ชูเซิงโผล่มาอีกคน นางกลับขึ้นขี่คอและถอนผมเขาได้!
จู่ๆ จ้าวซวีจือก็