ชน์คนหนึ่งเท่านั้น
“อีกอย่าง ปรมาจารย์โม่ ข้าเองก็ทำผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ จะนับไม่ได้ว่าข้าเป็นคนฆ่าชายผู้นั้น พูดขึ้นมาแล้ว ข้าก็แค่ขังเขาไว้เพียงเดือนเดียวเท่านั้น เพื่อให้เขาไม่หุนหันพลันแล่นเช่นนั้นอีกในอนาคต แล้วหากเขาเขาหุนหันพลันแล่นจนทำร้ายคนอื่นขึ้นมาเล่า จะทำอย่างไร หรือบางที หากข้าไม่ขังเขาในวันนั้น เขาคงฆ่าผู้หญิงคนนั้นด้วยความโกรธแค้นไปแล้วก็ได้”
หลังจากที่จ้าวซวีจือพูดจบ เขายังรู้สึกว่าตัวเองมีเหตุผลมาก “ปรมาจารย์โม่จิตใจดีมีเมตตา ข้าเข้าใจ เพียงแต่คนตายก็ตายไปแล้ว จะขุดคุ้ยเรื่องพวกนี้ไปทำไม หากท่านปรมาจารย์ยังยืนกรานที่จะเอาเรื่อง เช่นนั้นข้าจะเอาเงินหนึ่งร้อยตำลึงออกไปให้ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงของเขาเป็นการชดใช้ ดีหรือไม่”
จ้าวซวีจือรู้สึกว่าตนเองให้เกียรติโม่ชูเซิงมากแล้ว
เงินหนึ่งร้อยตำลึงสำหรับบ้านของคนธรรมดานับได้ว่าเป็นเงินจำนวนมหาศาล
หากไม่เต็มใจยอมรับก็พูดได้อย่างเดียวว่า โลภไม่รู้จักพอ!
สีหน้าของจ้าวซวีจือประชดประชด
พระชายาก็ไม่พอใจขึ้นมาแล้วเช่นกัน “ซวีจือ เหตุใดเจ้าจึงพูดกับปรมาจารย์เช่นนั้น ขอโทษปรมาจารย์เสีย!”
เวลานี้จ้าวซวีจือลุกขึ้นยืนตรงราวกับว่าเขากำลังจะเขาไม่มีอะไรจะเสียแล้วกระนั้น “คนๆ นั้นโชคร้ายเอง จะโทษใครได้? เกิดมาเป็นชาย แม้แต่ภรรยาตนเองก็ยังไม่สามารถที่จะสั่งสอนให้ดีได้ ภายหลังยังมาฆ่าตัวตายไปอย่างคนขี้ขลาด ตามความเห็นของข้าแล้ว ที่ท่านปรมาจ