ป็นภาพวาดดอกกล้วยไม้ทั้งสามภาพ
แนวคิดทางศิลปะของภาพวาดนี้งดงามยิ่ง ดอกกล้วยไม้ราวกับสาวน้อยอ่อนช้อยอรชร ภาพวาดหนึ่งจังหวะลงพู่กันนุ่มนวลและอ่อนโยน สีสันสดใส ความหอมนั้นราวกับจะลอยออกมาแตะจมูกได้กระนั้น อีกภาพฝีพู่กันเฉียบคม หมึกดำนั้นพลิกพลิ้วสร้างเค้าโครงรูปร่างที่เหมือนจริงราวกับธรรมชาติ อีกภาพมีแนวคิดสดใสมีชีวิตชีวา หน้าผาสูงชัน แนวหินตะปุ่มตะป่ำไม่ราบเรียบ ปลาสีฟ้าตัวหนึ่งมองลงมายังเบื้องล่าง ราวกับจะดึงดูดผู้คนให้เข้าไปในภาพวาดนี้เพื่อดูความน่าสนใจเหล่านั้นด้วยตาของตัวเอง
จ้าวซวีจือตกตะลึงไปชั่วขณะ
เขาจับภาพวาดแน่นขึ้น
เขาไม่ค่อยวาดภาพดอกไม้และนกพวกนี้ เพราะลวดลายมีขนาดเล็กเกินไป เขาจึงไม่ชอบมัน
เขาวาดภาพทิวทัศน์ภูเขาแม่น้ำมากมาย ซึ่งตระหง่านตระการตา
แต่เขาก็ยอมรับว่าภาพวาดกล้วยไม้ทั้งสามนี้ดีมาก มันอยู่ในระดับเดียวกับภาพนกและดอกไม้ที่เขาวาดเป็นครั้งคราวพวกนั้น
“ทั้งๆ ที่ฝ่าบาทก็รู้ว่าซวีจือชอบภาพทิวทัศน์ภูเขาแม่น้ำที่สุด แต่ท่านกลับนำภาพนกและดอกไม้พวกนี้มาสร้างความลำบากใจให้ข้า? อีกอย่าง…” ในใจซวีจือเริ่มมีโทสะขึ้นมาบ้างแล้ว “ฝ่าบาทบอกว่าภาพทั้งสามนี้เป็นของศิษย์เรือนคงกู่ก็แปลว่าใช่แล้ว?”
แม้ว่าจ้าวเสวียนจิ่งจะเป็นรัชทายาท แต่จะมาดูหมิ่นเขาแบบนี้ไม่ได้
เสด็จพ่อของเขาคือหนิงเป่ยอ๋อง ลูกผู้พี่ของฮ่องเต้!
ส่วนรัชทายาท…
จ้าวซวีจือยิ้มเยาะในใจ วันนี้เป็นรัชทายาท พรุ่งนี้ก็ไม่แน่ว