ี่หนักเกินไปก็คงไม่ดี หากอย่างนั้น…” จ้าวซวีจือเหลือบมองเล็กน้อย “อย่างนั้นก็ให้เอาชื่อของพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งเป็นหัวข้อสำหรับเขียนบทกวีและวาดภาพก็แล้วกัน ส่วนจะเป็นใครนั้น…”
จ้าวซวีจือก้มหน้ามองรายชื่อศิษย์ในมือของตนเอง ก่อนจะเอ่ยขึ้นราวกับไม่ได้ตั้งใจกระนั้น “แม่นางเซี่ยคือคนไหน ใช้นางเป็นหัวข้อก็แล้วกัน”
“?” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย
คนอื่นๆ ก็ตกตะลึงเช่นกัน
การเขียนใช้ผู้หญิงมาเป็นหัวข้อบทกวีและวาดภาพใช่ว่าจะไม่มี แต่เมื่อก่อนพวกอาจารย์ก็จะขอให้พวกนางใช้ผู้หญิงจากเรื่องเล่า ตำนาน หรือชีวประวัติของบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นตัวอย่าง
ให้ใช้เพื่อนร่วมชั้นเป็นหัวข้อ?
พวกนางกลับรู้สึกแปลกๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ
อีกอย่างอาจารย์ก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง และเขาก็อายุไม่มาก การให้การบ้านเช่นนี้ไม่เหมาะสมอยู่บ้าง
แต่เมื่อนึกถึงคำพูดประโยคแรกของจ้าวซวีจือ พวกนางก็รู้สึกว่าตนเองคิดมากเกินไป
จ้าวซวีจือเพิ่งจะเป็นอาจารย์ครั้งแรก หากมีเรื่องที่เขาไม่ค่อยเข้าใจไปบ้างก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ
“ชื่อเสียงของผู้หญิงเป็นสิ่งสำคัญ ข้าคิดว่าแม้ว่าเจ้าจะเป็นอาจารย์ แต่เจ้าก็เป็นผู้ชายด้วย การใช้สิ่งนี้เป็นหัวข้อไม่เหมาะสม” จู่ๆ รัชทายาทที่ไม่รู้โผล่มาตั้งแต่เมื่อไรก็เอ่ยขึ้น
จ้าวเสวียนจิ่งมองจ้าวซวีจืออย่างขุ่นเคือง
ดูท่าที่เขาโดนไปเมื่อเช้านั้นน่าจะเบาไปหน่อยแล้ว
นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่ครึ่งวัน เขาก็กระปรี้กระ