ยเท่านั้น”
“ลูกเข้าใจพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวซวีจือรีบพยักหน้า “เพียงแต่ลูกแค่เห็นนางจากที่ไกลๆ เท่านั้น นางไม่ได้รู้จักลูกเลยสักนิด ลูกจึง…คิดที่จะไปสอนหนังสือที่สำนักศึกษา…”
“ในสำนักศึกษาหลวงชายหญิงไม่ได้รับอนุญาตให้สื่อสารกันในที่ลับตาคน และไม่สามารถตัดสินใจเรื่องการแต่งงานด้วยตัวเองได้ หากเจ้าคิดจะไปจริงๆ ก็ต้องประพฤติตัวให้เหมาะสม อย่าได้ทำอะไรที่เป็นการเกินเลยไปแม้แต่น้อย อีกอย่าง…” หนิงเป่ยอ๋องมองดูลูกชายตนเอง “ถึงแม้ว่าฝ่าบาทจะชมเชยความสามารถของเจ้าหลายต่อหลายครั้ง แต่ถึงอย่างไรตอนนี้เจ้าก็อายุน้อย แม้เจ้าจะไปสอนก็คงจะสอนได้แค่เรื่องภาพวาดและการประดิษฐ์ตัวอักษรพวกนั้น เรื่องอื่นๆ นั้น…ลืมไปได้เลย”
เขารู้ว่าความสามารถของลูกชายตนเองดี ตอนที่เขายังเป็นเด็กก็นับได้ว่าฉลาดและขยันขันแข็ง
อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับปัญญาและความสามารถในการเรียนรู้อันรวดเร็วของรัชทายาทแล้ว เขายังห่างชั้นมากเหลือเกิน
เมื่อรัชทายาทยังเป็นเด็ก อะไรแค่ได้ผ่านตาเขาก็แทบจะจำได้ไม่ลืม ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยนิ่งนอนใจทะนงตนในความสามารถของตนเอง เขายังเคยได้ยินคำพูดของพระอาจารย์ในตอนนั้นว่าทุกวัน รัชทายาทจะตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง เขาไม่เคยละเลยการอ่านเขียนและฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ สติปัญญาของเขาหาได้ยากยิ่งบนโลกใบนี้
ส่วนลูกชายของเขาก็แค่เก่งกว่าคนทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ในวัยเช่นเขา หากคิดจะเป็นอาจารย์สั่งสอนชี