รือรำกระบี่ ก็ล้วนแต่เชี่ยวชาญชำนาญอย่างยิ่ง
มันย้ำเตือนเสด็จพ่อถึงเรื่องราวในอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้รู้สึกคร่ำครวญเสียดาย และดูแลจ้าวซวีจือมากยิ่งขึ้นเนื่องมาจากเรื่องของเขาเป็นสาเหตุ
บัดนี้เมื่อจ้าวเสวียนจิ่งเห็นท่าทางต่ำต้อยอันน่าสมเพชของเขา ภายในใจก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
“ขุนนางเซี่ย เจ้าคิดว่าตอนนี้เขาดูเหมือนอะไร” รัชทายาทชี้ไปที่เงาร่างด้านล่างและเอ่ยถามเซี่ยผิงกั่ง
เซี่ยผิงกั่งเหลือบมองเล็กน้อยและลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “จะให้พูดจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“อย่าได้โกหกต่อหน้าข้า” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ย
“เหมือนตะพาบน้ำ” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยตรงๆ “บางทีข้าอาจจะต่อยท้องเขาหนักไปหน่อย เขาจึงยืดหลังไม่ได้…”
“เจ้าก็จำเอาไว้ว่าอย่าได้ไปเป็นพวกเดียวกับเจ้าตะพาบนั่นเข้าก็แล้วกัน” จ้าวเสวียนจิ่งกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม “วันนี้เจ้าเหนื่อยแล้ว รีบกลับไปท่องตำราทหารเถอะ จริงสิ อย่าลืมส่งผู้หญิงสองคนนั้นกลับไปที่หนิงเป่ยอ๋อง จะต้องให้เปิดเผยหน่อย แล้วบอกพวกเขาด้วยว่าข้าไม่ถูกใจพวกนาง”
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้โง่ ไม่อย่างนั้นเขาจะคลี่คลายคดีในศาลตัดสินคดีได้อย่างไร
เมื่อเขาเห็นสายตานั้นของรัชทายาทก็พอจะเดาได้แล้วว่าเขากำลังแก้แค้นส่วนตัวอยู่
เขาเพียงแต่นึกไม่ถึงว่ารัชทายาทจะอาฆาตแค้นถึงขนาดนี้ แค่เพราะจ้าวซวีจือส่งผู้หญิงมาสองคนก็ยังโกรธจนเป็นอย่างนี้!
อีกอย่าง…
จ้าวซวีจือนั่นส่งผู้หญิงมาให้เขา แต่เขากลับนำพวกนางส่งเข้าไปในห้