ล่ามประตูเสร็จสรรพ ใครก็เข้ามาไม่ได้ทั้งนั้น ปล่อยให้พวกนางร้องไห้ด้วยความไม่พอใจอยู่นอกเรือนราวกับเสียงของวิญญาณที่ลอยเข้าหูเป็นระยะๆ แต่เซี่ยผิงกั่งก็สามารถนอนหลับได้อย่างสบายโดยไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
หัวเสีย? ไม่เลยสักนิด
หลังจากที่เซี่ยเฉียวกลับไปแล้วนางก็เข้านอน และไม่รู้เรื่องอะไรเหล่านี้เลย
วันรุ่งขึ้น นางก็ไปโรงเรียนตามปกติและไม่ได้ถามอะไรอีก
ตอนเที่ยง รัชทายาทนั่งอยู่ในหอเย่ว์เฟิง ติดตามมาด้วยเซี่ยผิงกั่งที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ฝ่าบาท ที่นี่มีผู้ร้ายคดีสำคัญอย่างนั้นหรือ” เซี่ยผิงกั่งสงสัยเล็กน้อย
ร้านอาหารใหญ่โตขนาดนี้ บ่าวรับใช้คนอารักขาก็มีตั้งมากกว่าสิบคน พวกหนีความผิดจะกล้ามาหรือ
“ข้าได้ข่าวมาว่า คนร้ายหนีคดีมาจองห้องส่วนตัวนี้ไว้ รอประเดี๋ยวพอมันมา ไม่ว่าอย่างไรก็จะต้องซัดมันให้หมอบลงไปก่อน อย่าได้ปล่อยโอกาสให้มันหลุดไปได้เชียว เข้าใจหรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยยิ้มๆ มีประกายแสงเย็นวาบขึ้นในดวงตาของเขา
“พ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยผิงกั่งพยักหน้า
ฝ่าบาทไว้วางใจเขาอย่างยิ่ง วันนี้พระองค์ออกมาโดยไม่ได้มีโจวเว่ยจงที่มักจะตามติดก้นเขามาด้วย มีแต่เขาเท่านั้นที่ตามมาคุ้มครองฝ่าบาท
ดังนั้นไม่ว่าจะอย่างไร เขาจะต้องไม่ให้ผู้ร้ายทำร้ายรัชทายาทได้โดยเด็ดขาด
เซี่ยผิงกั่งคิดไปคิดมาก็ไปยืนอยู่ตรงประตูทันที
เมื่อสักครู่เขาได้กำชับเสี่ยวเอ้อไว้แล้วว่าห้ามเข้าใกล้ จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะทำร้ายผิดตัว