้า
ทำให้นางเผลอพูดคำที่ทำให้รู้สึกวูบวาบที่เอวออกไป!
“หากคำพูดที่ศิษย์พี่พูดออกมาไม่สามารถนับได้ ต่อให้อาจารย์มาก็ไร้ประโยชน์” จ้าวเสวียนจิ่งหัวเราะเยาะ “ต่อไปข้าจะไปหาศิษย์พี่ที่หอส่องชะตาทุกเดือน หากศิษย์พี่ไม่อยู่ ข้าก็ได้แต่ต้องมาที่บ้านตระกูลเซี่ยนี้แทน”
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่ามีอะไรทะแม่งๆ
นางพบหน้าศิษย์น้องคนนี้แค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น
แต่คนคนนี้ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับนางกระนั้น รู้สึกรักใคร่ลึกซึ้งอะไรขนาดนี้แล้ว มันไม่ควรจะเป็นเช่นนี้นี่?
ขณะที่นางกำลังครุ่นคิดอยู่เซี่ยผิงกั่งก็ก้าวอาดๆ กลับมา “ข้าขุดขึ้นมาแล้ว! ฝ่าบาท ท่านลงดมดูสิ เหล่าที่น้องสาวข้าหมักบ่มไว้หอมเหลือเกิน!”
จ้าวเสวียนจิ่งยิ้มเล็กน้อย “อย่างนั้นหรือ ข้ามีศิษย์พี่ที่ได้ยินชื่อเสียงมานาน กลิ่นหอมอื่นๆ อะไรก็สู้ไม่ได้ทั้งนั้น”
“?” เซี่ยผิงกั่งตกตะลึงไปครู่หนึ่ง “ฝ่าบาทและปรมาจารย์โม่…”
“ไม่มีอะไร!” เซี่ยเฉียวรีบเอ่ย
“คุณชายเซี่ย ปรมาจารย์โม่เป็นคู่หมายที่อาจารย์ข้ากำหนดไว้ให้ตั้งแต่ยังเด็กแล้ว ก่อนหน้านี้ศิษย์พี่ไม่อยู่มาตลอดก็เลยไม่ได้พูดถึง ตอนนี้ในที่สุดข้าก็ได้พบศิษย์พี่แล้ว การแต่งงานของข้าก็นับได้ว่ามีทางออกแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“…” เซี่ยเฉียวหัวเราะเหอะๆ
เขาก็แค่เจ้าชู้ ไหนเลยจะมีเรื่องแบบนี้
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจ “หากเจ้าต้องการพูดถึงเรื่องคู่หมายแต่เล็ก อาจารย์ไม่ได้กำหนดไว้ให้ข้าเพียงคนเดียวเท่าน