เกินไป!
เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างจนปัญญา “ทำเงินได้มากก็จริง แต่น่าเสียดายที่…สุขภาพของน้องสาวเจ้าไม่ค่อยดี ยังต้องให้พวกเจ้าสองพ่อลูกคอยเลี้ยงดู”
“ย่อมเป็นเช่นนั้น” เซี่ยผิงกั่งก็แค่อิจฉาเท่านั้น หากมีคนมาแย่งเขาเลี้ยงดูเซี่ยเฉียว เขาเองก็ไม่ชอบใจหรอก
เวลานี้เซี่ยเฉียวเองก็ไม่กล้าที่จะอยู่นานเพราะกลัวว่าเซี่ยผิงกั่งจะจำนางได้ขึ้นมา
นางลุกขึ้นคิดจะจากไป แต่เซี่ยผิงกั่งกลับเอ่ยรั้งเอาไว้ “ท่านปรมาจารย์อยู่กินข้าวกันก่อนค่อยไปเถอะ น้องสาวของข้าขอให้ข้าช่วยต้อนรับขับสู้ท่าน”
ฝีเท้าของเซี่ยเฉียวชะงักค้างทันที
“จริงสิ วันนั้นข้ายังเชิญรัชทายาทมาร่วมโต๊ะด้วย ก่อนหน้านี้ข้าเคยพูดถึงปรมาจารย์กับฝ่าบาท ตอนนั้นฝ่าบาทก็บอกข้าว่าทรงสนิทสนมกับท่านมาก ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านคงไม่ถือสาที่จะรออยู่ร่วมโต๊ะด้วยกันก่อน?” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวขึงตาใส่เขา
“เจ้าเชิญรัชทายาทมาทำไม” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว
“ฝ่าบาทเชิญข้าไปร้านอาหารหลายครั้งก็ต้องตอบแทนบ้าง” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอย่างเป็นเรื่องธรรมดา
รัชทายาทเป็นคนเข้าถึงง่ายอย่างยิ่งและทรงดูแลเขาเป็นอย่างดีที่ศาลตัดสินคดี ทุกครั้งที่เขาออกไปทำงานข้างนอกแล้วเหนื่อยจนหมดแรง ฝ่าบาทก็จะเชิญข้าไปกินอาหารด้วยกันที่ร้านอาหารอย่างใจกว้าง
เรียกได้ว่าฝ่าบาทไว้ใจ วางใจ และเมตตาเขาเป็นอย่างยิ่ง!
“ข้ายังมีเรื่องธุระที่ต้องทำ วันนี้คงอยู่นานไม่ได้” เซี่ยเฉียวรีบออกตัวทันที
“