กูลโจวลากไปลำบากด้วย ดังนั้นเขาจึงถือเป็นผู้บริสุทธิ์ เช่นนั้นแล้วข้าขอถามหน่อยเถอะว่า เด็กคนนี้ไม่กล้าหือต่อหน้าพี่ชายของข้า แต่กลับมาจ้องข้าและน้องชายที่สำนักศึกษาด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยว นั่นไม่ใช่การสร้างความลำบากให้ผู้บริสุทธิ์หรอกหรือ” เซี่ยเฉียวชอบถกเหตุผลเป็นที่สุด
อาจารย์ชิวตกใจมาก
เซี่ยเฉียว…พูดไม่ผิดเลย
เด็กคนนี้รู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมมาตลอด แต่เขากลับไม่เคยคิดว่า เซี่ยเฉียวคนนี้เป็นเพียงน้องสาวของเซี่ยผิงกั่งเท่านั้น และนางก็ ‘ไม่ใช่’ คนที่เปิดโปงคดีใหญ่นี้ สิ่งที่เขาทำในสำนักศึกษาก่อนหน้านี้…เป็นเรื่องที่ผิด
“เป็นข้าที่สอนเขาไม่ดีเอง” อาจารย์ชิวถอนหายใจ
เมื่อเขาหันไปมองดูเด็กอีกครั้งก็ไม่รู้ว่าแล้วว่าพี่น้องตระกูลเซี่ยนี้ถูกหรือผิด
ตั้งแต่มารดาของเด็กคนนี้จากไปเขาก็ไม่เคยร้องไห้แบบนี้มาก่อน และมักจะจ้องมองผู้คนอย่างหม่นหมอง ไม่เหมือนกับวันนี้ที่เขาร้องไห้ โอดครวญ และหวาดกลัว
เรื่องนี้ท่านหมอก็ยังเคยบอกไว้ว่า ความหดหู่ที่เก็บไว้ในใจจะทำให้ป่วยง่าย หากมีอารมณ์ความรู้สึกให้ระบายออกมาจะดีกว่า
เช่นนี้แล้วก็นับได้ว่าพี่น้องตระกูลเซี่ยสามารถคลายปมในใจของเด็กคนนี้ได้แล้ว
“เรื่องในวันนี้เกิดขึ้นเพราะเด็กคนนี้บุ่มบ่ามไม่รู้จักยั้งคิด วันหน้าข้าจะมาเพื่อขอโทษอีกครั้ง” อาจารย์ชิวเอ่ยขึ้น เขาดูแก่ลงกว่าเดิมไม่น้อย เขายืนขึ้นอย่างเหนื่อยล้าและเตรียมตัวที่จะจากไป
“ในเมื่อท่า