มพำเสียงเบา
“บั่นคอข้า?” เซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะทันที เขาสาวเท้าก้าวโตๆ เข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าโจวไคอวิ๋น ร่างของเขาแทบจะต้องก้มลงเก้าสิบองศาเลยทีเดียว มือหนึ่งกดศีรษะของเขา ส่วนอีกข้างหนึ่งก็จับคางของเขาไว้ “เจ้าอยากจะบั่นคอข้า? ได้สิ ถือว่าเจ้าใจกล้า ไหนลองพูดมาสิว่าข้าติดค้างอะไรเจ้า ครอบครัวของเจ้ามีคดีที่ข้าคลี่คลายไม่ได้ หรือว่ามีคนทำผิดที่ข้าส่งไปลานประหาร?”
“…” โจวไคอวิ๋นใบ้กินไปแล้ว
เขาไม่พูดอะไรสักคำในขณะที่ตัวสั่นไปทั้งร่าง
เซี่ยเฉียววางพู่กันลง
“ท่านแม่ของเขาเป็นลูกสะใภ้ของตระกูลโจว เพียงแต่ไม่ใช่สายตรง แต่ถูกลากไปเกี่ยวข้องกับคดีใหญ่ของตระกูลโจวด้วย ท่านพ่อของเขาถูกเนรเทศ ส่วนสะใภ้ชิวท่านแม่ของเขาก็ผูกคอฆ่าตัวตายไปแล้ว” เมื่อเซี่ยเฉียวเห็นว่าโจวไคอวิ๋นไม่พูดอะไร นางจึงเอ่ยปากแทนเขา
เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงออกมาทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นพลางปล่อยเขาเป็นอิสระ “อ้อ ที่แท้ก็เป็นคนตระกูลโจว”
“ข้าตกลงกับเขาแล้ว ประเดี๋ยวท่านยอมให้เขาก่อนสักกี่กระบวนท่า เอาดาบของเราให้เขาใช้ หากเขาสามารถบั่นคอท่านจนตายได้ ข้าก็จะไม่หาความเขาอีกในภายหลัง” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยว่าเซี่ยเฉียวจะตัดสินความเป็นความตายของเขาได้ง่ายดายเช่นนี้
“โจรน้อยๆ ตระกูลโจวที่หวังให้ข้าตายๆ ไปเสีย มีไม่น้อยเลยทีเดียว หากเจ้าทำความปรารถนาของพวกเขาให้สำเร็จได้ และมีคนตระกูลโจวที่สามารถก