้างหรือไม่ว่าตนเองก็มีสิ่งติดค้างคนอื่น”
สะใภ้ชิวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
นางไม่กล้านึกถึงพ่อแม่ของนาง
“ชาติหน้า…ค่อยใช้คืน” สะใภ้ชิวรู้สึกต่ำต้อยอย่างที่สุด
เซี่ยเฉียวยิ้มเล็กน้อย “ชาติหน้า…ยังอีกยาวไกลนัก”
นางจะได้ใช้คืนหรือไม่ก็ไม่มีใครรู้ได้?
“ในฐานะพ่อแม่ที่ต้องเป็นคนส่งคนหัวดำไปก่อน พวกเขาต่างก็หวังว่าลูกสาวที่จากไปแต่เนิ่นๆ จะได้ไปเกิดใหม่อย่างสงบและพบครอบครัวที่ดีในชาติหน้า ถ้าเจ้าเลือกที่จะอยู่ต่อไปอีกสิบปี ทำลายบุญกุศลของตัวเจ้าเองเพื่อปกป้องลูกชายของเจ้า นั่นคือการปักมีดลงไปในใจของพ่อแม่เจ้าอีกแผล เจ้าเข้าใจหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
สะใภ้ชิวจะไม่เข้าใจได้อย่างไร
“ข้ารบกวนแม่นางเซี่ย…อย่าได้บอกท่านพ่อท่านแม่ของข้าเลย…” สะใภ้ชิวรับเอ่ยทันที
“บิดามารดาบางคนอาจมีความห่วงใยต่อลูกๆ ในระดับที่สื่อสารจากหัวใจถึงหัวใจกันได้ ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ดีมีสุขหรือไม่ พวกเขาก็อาจจะรู้สึกได้เองโดยไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นบอก” ท่าทีของเซี่ยเฉียวยังคงเหมือนเดิม
สะใภ้ชิวปิดหน้าและร้องไห้อย่างขมขื่น
เซี่ยเฉียวไม่ได้แยแสสนใจแม้แต่น้อย
นางเห็นมามากนัก
บางครั้งนางคิดว่านิสัยของบิดาและพี่ชายของนางนั้นดีมาก ทั้งๆ ที่รู้ว่านางอาจจะตายเมื่อไหร่ก็ได้ แต่พวกเขาก็ยังดูสบายๆ แม้ว่านางจะตายไปจริงๆ พวกเขาก็จะยังคิดตก และไม่ดันทุรังทำอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์
“ลูกชายข้ายังเด็ก…ให้ข้าเห็นแก่ตัวอีกสักครั้ง ขอให้แม่นางเซี่ย