ครั้งนี้แม่นางเซี่ยได้รับความลำบากอยู่บ้าง ทางฝ่ายสำนักศึกษาก็จะชดเชยให้เจ้า”
“ชดเชยอะไร? ริบ…” เซี่ยเฉียวพูดไปได้แค่ครึ่งหนึ่งก็ต้องปิดปากไอเบาๆ ไปสองที “การหักถั่วเงินของข้าเป็นการชดเชยหรือ”
“แน่นอนว่าไม่ใช่ เรื่องถั่วเงินนี้…ก็เป็นแค่วิธีหนึ่งที่ใช้กระตุ้นให้ศิษย์อย่างพวกเจ้าไปคัดลอกหนังสือเท่านั้น เจ้ามีถั่วเงินมากแล้ว สำนักศึกษาย่อมต้องหาวิธีให้เจ้าใช้มันออกไป เช่นนี้แล้วเจ้าจึงคิดที่จะหามันต่อ” อาจารย์ชิวก็ไม่ได้ปิดบังนาง “แต่เรื่องที่สำนักศึกษาหักถั่วเงินนี้เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ไม่ได้ทำกันมั่วๆ เจ้าลาหยุดครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นเรื่องจริง”
“ส่วนเรื่องการชดเชยที่แท้จริงนั้น…” อาจารย์ชิวยิ้มพลางเหลือบมองเซี่ยเฉียว “บางครั้งสิ่งที่ดวงตาสามารถมองเห็นได้ก็เทียบไม่ได้กับบุญคุณน้ำใจ”
“ท่านหมายถึง ต่อไปสำนักศึกษาก็ถือว่าติดค้างน้ำใจข้าเรื่องหนึ่ง” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย “คนที่ติดค้างน้ำใจข้าบนโลกใบนี้มีไม่น้อย สำนักศึกษาไม่ได้สำคัญขนาดนั้น”
อาจารย์ชิวอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่นาง
“สำหรับตระกูลเซี่ยของเจ้าแล้วนับได้ว่าเป็นยันต์คุ้มชีวิต” อาจารย์ชิวแค่นเสียงเยาะ “นิสัยของบิดาและพี่ชายของเจ้าสร้างความขุ่นเคืองให้คนอื่นได้ง่าย หากวันใดวันหนึ่งไปล่วงเกินผู้สูงศักดิ์ขึ้นมา ใครก็ช่วยพวกเขาไม่ได้ แต่สำนักศึกษาจะปกป้องพวกเขาสักครั้ง เจ้าว่าเป็นอย่างไร”
เซี่ยเฉียวครุ่นคิดเล็กน้อย “น้ำใจคราวน