นางกลับไม่รู้ว่าอีกฝ่ายชื่ออะไร นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีประโยชน์เช่นนั้น
คนคนนั้นถูกเซี่ยเฉียวจ้องมองจนหน้าแดงเล็กน้อย “เจ้า…เจ้าอย่าได้เข้าใจผิด ข้าหมายถึง เพราะ…เจ้าหลับในชั้นเรียนของอาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่า แต่ตอนที่เจ้างีบหลับพู่กันในมือของเจ้าก็…ยังขยับอยู่”
ช่างน่าสนใจจริงๆ
ตอนที่เซี่ยเฉียวงีบหลับ ศีรษะของนางเหมือนไก่กำลังจิกข้าว ดวงตาปิดอยู่ แต่มือกลับไม่หยุด
หลายครั้งที่นางแอบยื่นหน้าไปมองก็พบว่าสิ่งที่เซี่ยเฉียวเขียนออกมานั้นถูกต้อง!
นางพยายามเรียนความสามารถเช่นนี้มาตั้งนานแล้วแต่ก็ยังทำไม่ได้!
“ข้าไม่เคยงีบหลับ” เซี่ยเฉียวเอ่ยจริงจัง ใบหน้าน้อยๆ เคร่งขรึม “แค่หลับตาแล้วคิดเท่านั้น”
คนคนนั้นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาทันที
“เซี่ยเฉียว ที่เรือนหมู่ตันมีพวกที่มากความสามารถเยอะแยะ ข้าเองก็คิดว่าที่นั่นไม่เหมาะกับเจ้า” ฟังมู่เสวี่ยเอ่ยขึ้นมาเช่นกัน “ข้าก็อยากจะไปลองพูดกับอาจารย์ด้วย”
นิสัยของเซี่ยเฉียวเมื่ออยู่ในชั้นเรียนเหมือนภาพวาดทิวทัศน์ที่ไม่เคลื่อนไหว
แต่ที่เรือนหมู่ตัน…
ผู้หญิงของเรือนหมู่ตันมักรวมตัวกันเพื่อถกเรื่องบทกวี เพลง ดนตรี หมากรุก การประดิษฐ์ตัวอักษร ภาพวาด แม้แต่เรื่องอาหารการกินและเสื้อผ้าก็ต้องเปรียบเทียบแข่งขันกัน ไม่ใช่ว่าคนของเรือนหมู่ตันจะไม่ดี แต่คนเหล่านั้นล้วนเป็นคนที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงมาตั้งแต่เด็ก นิสัยของพวกนางจึงแฝงความหยิ่งทะนงอยู่บ้าง
ถ้าเซี่ย