เถอะ”
ท่าทางของเซี่ยเฉียวไม่ได้ดูขึ้นๆ ลงๆ เหมือนเมื่อครู่แล้ว
สำหรับนางแล้ว ไม่ว่าจะเรือนหมู่ตันหรือเรือนคงกู่ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก
ส่วนเรื่องถั่วเงินพวกนั้น เดิมทีมันก็เป็นของนอกกายอยู่แล้ว นางคัดลอกหนังสือไปเรื่อยเดี๋ยวก็หากลับมาได้แล้ว
ท่าทีของนางไม่ได้โกรธแค้นหรือโศกเศร้า ซึ่งทำให้ท่านอาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่ารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
“อันที่จริงการตัดสินใจของอาจารย์ชิวนั้นดีกับเจ้าไม่น้อย แม่นางเซี่ย เจ้าเป็นคนมีความสามารถ หากอยู่แต่ในเรือนคงกู่ แม้ว่าเจ้าจะสอบได้ที่หนึ่งอีกสักกี่ครั้งก็สู้ตอนที่เรียนอยู่ในเรือนหมู่ตันไม่ได้” อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าเอ่ย
นอกจากนี้บุคลิกของเซี่ยเฉียวผู้นี้สงบนิ่งเกินไป
นางได้รับถั่วเงินมากขนาดนั้น เขาก็ยังไม่เห็นว่านางจะดีใจเท่าไร เวลานี้เมื่อนางสูญเสียถั่วเงินไปตั้งมากขนาดนี้แล้วก็ยังเห็นนางมีท่าทีเฉยๆ
ราวกับนักพรตคนหนึ่งกระนั้น
การแข่งขันในเรือนหมู่ตันคงเข้มข้นขึ้นไม่น้อย
“ขอบคุณท่านอาจารย์สำหรับคำสอนของท่าน” เซี่ยเฉียวเอ่ยสั้นๆ แล้วลุกขึ้นกลับไปยังชั้นเรียนเพื่อเก็บของ
เพียงแต่เมื่อเซี่ยเฉียวกลับไปถึงชั้นเรียน นางก็เห็นว่ามีเด็กคนหนึ่งจ้องมองนางอยู่
และข้างๆ เด็กคนนี้ก็มีวิญญาณลอยอยู่ใกล้ๆ ด้วย
วิญญาณส่วนใหญ่ไม่กล้าเข้ามาในสำนักศึกษา เพราะพลังหยางที่เข้มข้น แต่วิญญาณที่อยู่ข้างกายเด็กคนนี้ช่างดื้อดึง มันคอยอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา ค่อนข้างดื้อรั้นทีเดียว
วิ