จะทรมานตัวเองขนาดนั้นไปทำไม” เซี่ยเฉียวถอนหายใจ “หากท่านไม่มีอะไรทำ ทำไมไปไม่พักผ่อนเสียหน่อยเล่า ข้ายังรู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย จะต้องงีบหลับสักพัก”
สายตาของเซี่ยเฉียวยังดูขุ่นเคืองใจเล็กน้อยราวกับว่าคนผู้นี้กำลังรบกวนการนอนหลับของนาง
หยวนฉังจื่อไม่ได้รู้สึกอับอายเช่นนี้มานานแล้ว
เขารีบจากไปทันที
เซี่ยเฉียวรีบปิดประตูอย่างเร็วไวแล้วพุ่งตัวลงบนเตียงและผล็อยหลับไป
“แปลกเหลือเกิน โหงวเฮ้งของนางนี้ทำไมถึงดูไม่เข้ากับกับกระดูกเลยเล่า” หลังจากที่หยวนฉังจื่อจากไปแล้วเขาก็คิดขึ้นมาได้
มิน่าเล่าเขามักจะคิดว่าปรมาจารย์โม่คนนี้เหมือนพวกต้มตุ๋นหลอกลวง
เพราะโหงวเฮ้งของนางนี้ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
ทว่าใบหน้านี้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ชะตาของคนคนหนึ่งต้องดูควบคู่กันไปหลายๆ ด้าน เช่น กระดูก ฝ่ามือ น้ำเสียง แม้แต่ท่าทาง ส่วนโม่ชูเซิงเมื่อครู่ ใบหน้านั้นก็มีลักษณะที่ร่ำรวยและดี แต่มันเหมือนกับเอาหน้าคนอื่นติดกับตัวของอีกคน ดูแปลกประหลาดไปหมดทั้งร่าง!
แต่พวกเขาเป็นนักพรตเต๋า ซึ่งล้วนแต่มีนิสัยสงบเรียบง่าย จะมีลักษณะหัวมังกุท้ายมังกรเช่นนี้ได้อย่างไร
แปลกมาก
หยวนฉังจื่อไม่สามารถเข้าใจได้
ส่วนอีกด้านหนึ่งอาการขององค์ชายน้อยก็ดีขึ้นเรื่อยๆ
พระชายาป้อนข้าวองค์ชายน้อยด้วยตัวเอง เขากินโจ๊กไปเต็มๆ หนึ่งชามซึ่งดีกว่าเมื่อก่อนมาก และหลังจากกินโจ๊กแล้วเขาก็ลืมตาขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดอะไรอีกสองสามคำ
การเปลี่ยนแปลงอันยิ่