งใหญ่ดังกล่าวทำให้พระชายาร้องไห้ด้วยความดีใจ และดูมีกำลังใจมากขึ้น
นางรู้สึกขอบคุณโม่ชูเซิงเป็นอย่างมาก
“ก่อนหน้านี้ข้าเห็นว่านางเป็นนักพรตหญิงก็ยังคิดว่านางคงจะไม่ได้มีความสามารถอะไรมากมาย แต่นึกไม่ถึงว่านางร้ายกาจขนาดนี้ ท่านอ๋อง ข้ากำลังคิดว่า ทำไมเราไม่เชิญปรมาจารย์โม่ให้มาเป็นอาจารย์ของอวี้จือเล่า จะได้สอนวิถีเต๋า ฝึกฝนร่างกายและบ่มเพาะนิสัยให้เขาด้วย…” น้ำเสียงของพระชายาไม่ได้เร่งร้อน แต่ก็สามารถทำให้คนฟังรู้สึกได้ถึงความคาดหวังรอคอยของนาง
“ตามแต่ฮูหยินต้องการเลย แต่โดยทั่วไปแล้วผู้วิเศษมักจะมีผู้สืบทอดอยู่แล้ว และไม่รับศิษย์กันง่ายๆ เรื่องนี้ยังต้องถามท่านอย่างสุภาพ หากปรมาจารย์ไม่ยินดี พวกเราก็ไม่อาจที่จะบังคับใจท่านได้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าวัดของนางอยู่ที่ใด ข้าเองก็อยากจะไปทำบุญเสียหน่อย” หนิงเป่ยอ๋องเอ่ยอย่างจริงจัง
พระชายากลับยังมีความหวังว่าผู้วิเศษท่านนี้จะรับศิษย์
แม้จะเป็นศิษย์แค่ในนามก็ได้
เรื่องคราวนี้ทำให้นางกลัวขึ้นมาจริงๆ เดิมทีนางคิดว่าพวกคนชั่วบนโลกใบนี้จะใช้แต่พิษและการใส่ร้ายป้ายสีอะไรทำนองนั้นเท่านั้น ไม่นึกเลยว่าจะมีวิธีชั่วร้ายแบบนี้ด้วย
แม้จะไม่ได้เป็นฝีมือของคนชั่ว แต่คนเรามีชีวิตอยู่ก็มักจะพบเจอเรื่องไม่คาดฝันอยู่เสมอ หากต่อไปภายหลังถูกของพวกนี้เข้าอีกเล่า
หากข้างกายมีอาจารย์เป็นผู้วิเศษก็คงจะสบายใจได้มากทีเดียว
ขณะที่นางกำลังคิดอยู่นั้นคนที่อยู่ข้างนอกก็