ึ่งคาดว่ามีอายุประมาณหกสิบปี
เสื้อผ้าที่ทั้งสองสวมใส่ไม่ธรรมดา
พวกเขากวาดตามองพวกเซี่ยวเฉียวทั้งสามคน และในที่สุดก็มองผ่านเซี่ยเฉียวไป สายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่อีกสองคน “ที่พวกข้าเชิญปรมาจารย์มาก็เพราะลูกชายคนเล็กของข้า ไม่ทราบว่าท่านทั้งสามมีชื่อว่าอย่างไร”
“อาตมามีนามว่าผู่เฉิน” พระสงฆ์ดูสูงส่งล้ำลึก
“อาตมาหยวนฉังจื่อ” นักพรตผู้นั้นมองประเมินคนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะตอบอย่างมีมารยาท
“โม่ชูเซิง” เซี่ยเฉียวตอบออกไปอย่างเรียบง่าย
นางเงยหน้าขึ้นและเหลือบมองคนตรงหน้าครู่หนึ่งจึงได้เห็นว่าคนผู้นี้มีโหงวเฮ้งที่ดีมาก
ตาแม่น้ำปากทะเลรูปลักษณ์ไม่ธรรมดา มีทรัพย์สมบัติมากมาย เนินคางกว้างใหญ่ เป็นลักษณะของอ๋องไม่ก็โหว คางอวบอิ่มสองชั้น มีความเย่อหยิ่งเล็กน้อยแบบคนทางเหนือเล็กน้อยตรงหว่างคิ้วและดวงตาของเขา แต่มันไม่ชัดเจนนัก…เซี่ยเฉียวพอจะรู้แล้ว
คนผู้นี้จะต้องเป็นหนิงเป่ยอ๋อง ลูกพี่ลูกน้องฝั่งบิดาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
หนิงเป่ยอ๋องปกครองเมืองทางเหนือมาตลอด เพิ่งจะกลับเมืองหลวงมาเมื่อปีที่แล้ว
หนิงเป่ยอ๋องผู้นี้ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีจิตใจหลงใหล ว่ากันว่าเขากับพระชายารักใคร่กันแน่นแฟ้น หลังจากที่แต่งงานกันแล้วก็ไม่ได้แต่งกับผู้หญิงคนไหนอีก จนกระทั่งอายุได้สี่สิบปีก็ยังไม่มีลูกจึงได้รับนางสนมมาจำนวนหนึ่งเพื่อสืบเชื้อสาย
หลังจากให้กำเนิดบุตรชายคนโตแล้ว นางสนมคนอื่นๆ ทั้งหมดก็ถูกปลดทิ้ง